อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562

ไขข้อข้องใจ'หูดับเฉียบพลัน' ประสาทหูชั้นในถูกทำลาย

ไขข้อข้องใจอาการ "หูดับเฉียบพลัน" แพทย์ชี้เกิดจากหลากสาเหตุ ระบุเสียงดังเกินไปกระทบเซลล์ประสาทหูชั้นในถูกทำลาย ยันรักษาได้ผลดีหากคนไข้รีบมาพบแพทย์ทันที พฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 12.40 น.


จากกรณีพิธีกรอารมณ์ดี คุณพ่อของ 4 ออ "เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย" ออกมาโพสต์อินสตาแกรมหลังป่วยอย่างเฉียบพลัน โดยระบุว่า "หูดับเฉียบพลันไม่ทราบสาเหตุ...คุณหมอบอกภายใน 7 วัน หากรักษาไม่หาย หูก็จะไม่ได้ยินไปตลอดชีวิต ขออนุญาตหยุดทำการทุกสิ่ง 7 วันนะครับทุกคน" จนทำให้แฟน ๆ เริ่มกังวลถึงโรคดังกล่าวว่า มีความร้ายแรงมากเพียงใด สามารถรักษาให้หายได้หรือไม่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พญ.นวรัตน์ อภิรักษ์กิตติกุล แพทย์ประจำโรงพยาบาลพญาไท 2 ศูนย์ทางการแพทย์คลินิก หู คอ จมูก ให้สัมภาษณ์ไว้ในคอลัมม์ “หมอรามาฯ ไขปัญหาสุขภาพ” ว่า การสูญเสียการรับฟังแบบเฉียบพลัน อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ หรือไม่ทราบสาเหตุ เช่น การติดเชื้อไวรัส หัด หัดเยอรมัน คางทูม ไข้หวัดใหญ่ ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาต้านจุลชีพ กลุ่ม amono glycosides การอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหูชั้นในเช่น มีไขมันอุดตันในเส้นเลือด มีลิ่มเลือดมาอุดตันในเส้นเลือด ซึ่งอาจเกิดจากโรคหัวใจ หรือได้ยินเสียงที่ดังมาก ๆ เช่น เสียงระเบิดเสียงปืน เป็นเสียงดังทีเดียว แต่ก็สามารถทำให้สูญเสียการได้ยินได้ในทันที เพราะเส้นประสาทได้ถูกทำลายไปแล้ว ทำให้เกิดอาการหูดับหรือการได้ยินลดลงได้ ซึ่งมักเป็นที่ความถี่สูง คนไข้อาจจะได้ยินเสียงวี้ดในหูได้ อาการนี้เป็นแบบเฉียบพลัน เนื่องจากเสียงที่ดังเกินไป ส่งผลให้เซลล์ประสาทหูชั้นในถูกทำลาย ซึ่งส่วนใหญ่จะตกที่ความถี่สูง แต่อาการแบบนี้จะสามารถรักษาได้ผลดี หากคนไข้มารับเข้าการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยต้องรีบพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัย และรับประทานยาให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งรักษาเร็วเท่าไหร่โอกาสที่จะกลับมาได้ยินเหมือนเดิมยิ่งสูงมากเท่านั้น.


ด้านอาจารย์ประจำภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการหูดับเฉียบพลันว่า อาการดังกล่าวจะต้องทำการตรวจอย่างละเอียดว่าก่อนเกิดสาเหตุจากส่วนใด ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับตามตำแหน่งที่เกิด ระดับแรกจะเกิดที่หูส่วนนอก อาจจะเกิดจากทำกิจกรรม เช่น ว่ายน้ำ อาบน้ำ แล้วน้ำเกิดเข้าหู ทำให้ขี้หูบวมอุดตันช่องหู ระดับที่สองเกิดจากหูชั้นกลาง อาจจะเกิดจากเยื่อแก้วหูฉีกขาดแบบฉับพลันอันเนื่องมาจากการถูกตบ หรือถูกกระทบอย่างรุนแรงที่หู และระดับที่สามซึ่งเป็นปัญหาที่สุด เพราะจะมีทั้งทราบสาเหตุ และไม่ทราบสาเหตุ ในกรณีที่ทราบสาเหตุอาจเกิดจากงูสวัดที่หู หูอักเสบ เชื้อไวรัส เนื้องอกทับเส้นประสาท น้ำในหูไม่เท่ากัน หรือแม้กระทั่งการฟังเสียงดังๆ ในคอนเสิร์ตหรือผับ เป็นต้น แต่ถ้าในกรณีที่ไม่ทราบสาเหตู อาจจะต้องทำการสอบถามคนไข้ถึงอาการเบื้องต้น เพราะอาจจะเกิดจากเชื้อไวรัส ผลซ้ำเติมจากโรคที่เป็นอยู่ เช่น โรคไต โรคไขมันในเส้นเลือด โรคเลือดข้น เนื่องจากในช่องหูมีเส้นเลือดเข้าไปหล่อเลี้ยงเพียงเส้นเดียว หากเกิดการกดทับ อาจจะทำให้การไหลเวียนของเลือดมีปัญาจนเกิดเป็นอาการหูดับเฉียบพลันได้ ในส่วนของวิธีการรักษา หากเรารู้ถึงสาเหตุสามารถรักษาตามอาการได้ทัน ถ้ายังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดจะต้องรักษาตามอาการ ซึ่งจะใช้ยาฉีดเพื่อให้ซึ้มเข้าไปถึงหูชั้นใน สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอาการหูดับมักจะเป็นคนที่ร่างกายอ่อนแอ ทางที่ดีควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้พื้นที่ที่มีเสียงดัง และหากเกิดอาการดังกล่าวควรเข้าพบแพทย์ทันที หากปล่อยไว้นานอาจจะเกิดอันตรายถึงขั้นหูหนวกได้

ขอบคุณภาพประกอบจาก อินสตาแกรม @ple_nakorn

อ่านข่าวเพิ่มเติม...

อาการน่าเป็นห่วง "เปิ้ล นาคร" เสี่ยงหูดับตลอดชีวิต

เส้นประสาทหูเสื่อมกับปัญหาการได้ยิน


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 39