อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562

"กวาง" ขอยืนด้วยตัวเองพร้อมความภูมิใจ

"กวาง" ท้าทายอีกก้าวกับงานภาพยนตร์ ขอยืนด้วยตัวเองพร้อมความภูมิใจ อาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562 เวลา 07.00 น.

ขอท้าทายตัวเองอีกครั้ง สำหรับ กวาง-วรรณปิยะ ออมสินนพกุล นักแสดงสาวจากเวทีรายการ เดอะเฟซ ไทยแลนด์ ที่ตอนนี้ชิมลางงานแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกใน แช่ง ตอนแทททู ของค่ายมันเวิร์ค โปรดักชั่น ซึ่งมีคิวเข้าฉายวันที่ 16 ม.ค. นี้แล้ว ที่สำคัญเธอยังรับบทนางเอกครั้งแรก แถมยังพ่วงด้วยบทสุดดาร์คด้วยดาวต่างมุม เลยไม่พลาดนัดสาวคนนี้มาพูดคุยแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ถึงผลงานล่าสุดนี้ พร้อมกับเปิดใจในทุกเรื่องราวทั้งมุมมองการพัฒนาตัวเองในฐานะนักแสดง รวมไปถึงเรื่องหัวใจ ที่เจ้าตัวออกปากว่ารักครั้งต่อไปนั้นมองไกลถึงขั้นมีครอบครัวแล้วด้วย

 ถามถึงบทบาทตอนแทททูในภาพยนตร์แช่ง”?
“หนูรับบทเป็น “ลันตา” ตอนที่ได้อ่านบทเรื่องนี้ก็ตัดสินใจรับเลย เพราะที่ผ่านมาเวลาเล่นละครส่วนใหญ่ได้รับแต่บทร้าย แต่ในเรื่องนี้ฉีกแนวไปเลย “ลันตา” เป็นสาวเจ้าเสน่ห์ ชอบหว่านเสน่ห์ผู้ชายรอบตัว พยายามไขว่คว้าหาความรักมาเติมเต็ม แต่ไม่ว่าจะไปคบหากับใคร สุดท้ายก็ต้องกลับมาตายรังกับ “เฟรดดี้” แฟนเก่าที่คุยแบบออนแอนด์ออฟ รับบทโดยพี่ชิน-ชินวุฒ ทุกครั้ง ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องความรักสักที ความยากของคาแรกเตอร์นี้คือเราต้องมีเซ็กซ์ แอพเพียวสูงมาก ซึ่งขัดกับตัวจริง คือเราอ่อยผู้ชายไม่เป็น (ยิ้ม) ก็พยายามเรียนรู้ เปิดดูภาพยนตร์หลายเรื่องค่ะ”

จากที่เคยแสดงละคร มาแสดงหนังมีความเหมือนหรือต่างกันยังไง?
“กวางไม่เคยแสดงหนังมาก่อน นี่คือเรื่องแรก เล่นละครกับหนังอารมณ์ต่างกัน ละครต้องเล่นใหญ่ โอเว่อร์นิด ๆ แต่หนังต้องเล่นธรรมชาติแต่อารมณ์ต้องชัด เน้นความสมจริง คือเราคุยกับผู้กำกับ พี่จิต กำเหนิดรัตน์ ว่าอยากให้เล่นออกมาแนวไหน พยายามดีไซน์การแสดงเอง พี่จิตคอยตบให้เราเข้ากับอารมณ์ที่เขาต้องการ พี่จิตให้อิสระในการแสดงกับกวางมาก เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ทำให้กวางติดใจงานหนัง นอกจากนี้ละครจะมีการตัดต่อช่วยเพราะมีกล้องหลายมุม แต่หนังมีกล้องแค่ตัวเดียว เขาต้องตัดต่อในจุดที่เราไปสุดในอารมณ์นั้น เลยค่อนข้างยาก มันต้องใช้อารมณ์จริง ๆ ด้วยจอหนังที่ใหญ่ด้วย ถ้าเราเฟคออกมา คนดูรู้เลย ซึ่งการรับบทอารมณ์หนักแบบนี้ ก็มีเครียดติดกลับมาบ้าง เพราะตอนถ่ายกวางไปตั้งแต่ 10 โมงเช้า เพื่อไปนั่งเพนท์ตัว กว่าจะได้ถ่ายจริงคือช่วง 5-6 โมงเย็น เราถ่ายเสร็จคือ 6-7 โมงเช้า มันใช้เวลายาวนาน เลยล้านิดนึงค่ะ”



 มีเรียนการแสดงเพิ่มเติมสำหรับบทบาทนี้โดยเฉพาะมั้ย?
“ทีมงานมีโค้ช แอ๊คติ้งให้ ก็คุยกันว่าต้องการยังไงและปรึกษากับผู้กำกับ เราเองเรียนการแสดงมาเยอะ ซึ่งทีมงานต้องการผู้หญิงที่มีเสน่ห์มาก และเราต้องเล่นเป็นผู้หญิงที่มีดาร์คไซด์ สักทั้งตัว ไม่สนใจใคร สนเฉพาะสิ่งที่ตัวเองจะทำเท่านั้น เลยส่งผลต่อหลายคน ความท้าทายคือเราต้องใช้อารมณ์เยอะกับการแสดงในบทบาทนี้ค่ะ”

 ในเรื่องมีการสัก ส่วนตัวชอบด้านการสักมั้ย?
“ใจกวางอยากลองสักดู การสักไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่คือศิลปะ เพราะมันอยู่ในร่างกายเราไปตลอดชีวิต ดังนั้นคนที่สักต้องคิดมาแล้วว่ารอยสักนี้มีความหมายอะไรสำหรับตัวเขา ทุกคนสักสิ่งที่มีความหมาย เป็นเครื่องเตือนใจ เช่น เพื่อนกวางสักชื่อลูก สักชื่อพ่อแม่ แต่เรายังไม่มีเรื่องที่อยากเตือนตัวเองจนทำให้อยากสัก กวางเลยคิดว่าเดี๋ยวมีสามี ค่อยสักชื่อสามีละกัน (หัวเราะ)”

 คาดหวังกับฟีดแบ็กหนังเรื่องแรกของเราไว้แค่ไหน?
“อย่างแรกเลยคือคนที่เห็นเราในจอหนัง ก็น่าเห็นเราในอีกมุม ไม่อยากให้คิดแค่เราเป็นนางร้าย เซ็กซี่ หรือแค่เป็นนางแบบ แต่อยากให้มองเราอีกมุมนึงว่าเราก็มีความสามารถหลากหลาย คือมีอะไรแปลกใหม่มาให้ทำกวางรับหมด อย่างบท “ลันตา” มันไม่จำเจ เป็นการแสดงอีกแขนงนึง ถือเป็นอีกความท้าทายในตัวกวางค่ะ”



 เราได้อะไรจากการมาแสดงภาพยนตร์ครั้งนี้?
“พอเรามาแสดงหนัง มันมีรายละเอียดย่อยเยอะกว่าทีวี พอเป็นจอหนังคือคนโฟกัสเต็มที่ ดังนั้นในช่วง 2 ชั่วโมงนั้นจะทำยังไงให้คนจดจำภาพเราให้ได้ เราเล่นถึงมั้ย ต้องใส่ใจรายละเอียดเยอะ  อย่างซีนหนักที่สุดคือฉากที่เราต้องร้องไห้จริง ๆ มันเป็นซีนที่เราต้องร้องไห้ยาวที่สุดในชีวิต ตั้งแต่ 3 ทุ่มถึงตี 3 ใช้พลังเยอะ ไม่เคยต้องร้องไห้นานขนาดนี้เลย เพราะเขาต้องการความสมจริง เป็นอารมณ์ที่เราเค้นมาจากความรู้สึกเราจริง ๆ ค่ะ การแช่งเป็นความเชื่อ คนนึงต้องรู้สึกโกรธเกลียดมากขนาดไหนถึงได้แช่งกันได้ ซึ่ง “ลันตา” ให้อะไรกับกวางหลายอย่าง สอนเราว่าการที่คนเราจะทำอะไรตามใจตัวเองทุกอย่าง มันต้องคำนึงถึงผลเสียที่ตามมา ต้องมีการยับยั้งชั่งใจ “ลันตา” เป็นเพลย์เกิร์ล เราต้องคิดว่าทุกวันนี้เราทำอะไร เพื่อใคร สุดท้ายแล้วสิ่งที่ “เฟรดดี้” ทำกับ “ลันตา” ก็เป็นเพราะผลกรรมที่ตามมาจากการกระทำของ “ลันตา” ส่วนจุดจบ “ลันตา” จะเป็นยังไง ก็อยากให้ติดตามค่ะ”

อยู่วงการมา 3 ปีแล้วคิดว่าตัวเองได้อะไรจากวงการบันเทิงมากที่สุด?
“เยอะนะ อย่างนึงเลยคือวงการสอนให้เข้มแข็งขึ้น อ่อนแอก็อยู่ยาก เพราะสุดท้ายทุกการทำงานนั้นสอนให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ ต้องก้าวหน้าไม่ใช่ถอยหลัง การทำงานในวงการนั้นฝึกความอดทน ใช้สติ มุมานะและฝึกความขยัน ถ้าใครพยายามและทำได้บวกมีดวงด้วย มันไปได้ไกล แต่ถ้าใครได้โอกาสมา แต่ไม่ใช้โอกาสนั้นให้คุ้ม มันก็แย่เพราะโอกาสไม่ได้ได้มาทุกคน กวางคิดว่าเราได้โอกาสมาแล้วจะรักษามันให้นานที่สุด เหมือนกวางอยากรับบทที่หลากหลาย เพราะสุดท้ายกวางอยากให้จดจำเรา ไม่ใช่ในฐานะเซ็กซี่อย่างเดียว แต่อยากให้จำความสามารถของกวางด้วยว่าทำได้มากแค่ไหนค่ะ”

 มีรุ่นน้องใหม่ ๆ จากเดอะ เฟซ หลายคน รวมถึงนักแสดงหน้าใหม่อื่น ๆ มองการแข่งขันในวงการบันเทิงตรงนี้ยังไง?
“ทุกวันนี้เป็นดาราได้ง่ายมาก แค่หน้าตาดี มีพาวเวอร์ในโซเชียล ก็เป็นดาราได้ แต่การเป็นดาวเด่นได้ต้องมีความเปล่งประกาย มีเรื่องนิสัย รวมถึงการทำงาน ความเป็นมืออาชีพ มันอาศัยหลายองค์ประกอบมาก ถ้าจะตัดสินแค่เป็นดารา คุณก็จะเป็นแค่ดาราที่ถ่ายรูปสวย ๆ แล้วโพสต์ลงโซเชียล อยากให้คนมองคุณที่ถ่ายรูปสวย ๆ หรือมองที่ความสามารถคุณ ซึ่งกวางจะแข่งกับตัวเอง ไม่ค่อยแข่งกับคนอื่น ชอบท้าทายตัวเองค่ะ”

 เคยเหลิงกับชื่อเสียงมั้ย?
“สำหรับหนูเป็นกวาง ขอนแก่นยังไง ก็ยังเป็นกวาง ขอนแก่นแบบนั้น ยังใส่รองเท้าแตะ เสื้อยืด กางเกงขาสั้น หน้าไม่แต่งไปนั่งกินส้มตำที่ห้วยขวาง ไม่ได้คิดว่าเป็นดาราแล้วต้องทำตัวเองเป็นดารา มันเหนื่อย ไม่มีใครเป็นดาราแสดงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ก็เป็นตัวเองดีที่สุด จะทำให้เราอยู่แบบนี้ได้นานที่สุดด้วย ถ้าเราทำตัวเป็นดาราแล้วคนมาเห็นอีกด้านที่ไม่ใช่ดารา เขาจะไม่ผิดหวังในตัวเราเหรอ เพราะฉะนั้นเราก็เป็นตัวเองไปเลยค่ะ”



 เคยบอกว่ามีคติล้มกี่ครั้งไม่สำคัญ แต่สำคัญคือเราลุกได้หรือเปล่าวันนี้ยังใช้คตินี้ในการดำเนินชีวิตอยู่มั้ย?
“มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ นะพี่ ต่อให้เราเจออุปสรรคอีกกี่ครั้ง สุดท้ายเราต้องยืนได้ด้วยตัวเอง พอย้อนกลับไปช่วง 3 ปีแรก กวางว่าตัวเองเปลี่ยนไปเยอะ แต่ก่อนเราแทบไม่มีเกราะคุ้มกัน อ่อนแอ แค่ถูกวิจารณ์ในเดอะ เฟซฯ อะไรมากระทบเราก็เหมือนโดนผลัก แต่พอผ่านจุดนั้นมาเจอโลกความเป็นจริง ซึ่งไม่ได้เป็นแบบในรายการ ในรายการโดนผลักเสร็จเรามีพี่คริส หอวังช่วย เหมือนแม่คอยป้องกัน แต่พอเราออกมา เราคนเดียวเท่านั้นที่ต้องรับแรงต้านทาน เลยทำให้เราเข้มแข็ง กวางต้องขอบคุณวงการบันเทิงมากที่ทำให้กวางแข็งแรงได้ขนาดนี้ ไม่อย่างนั้นคงอ่อนไหวง่ายค่ะ”

 ผ่านการแข่งขันรายการที่ดุเดือดและมีคนแสดงความคิดเห็นมากมาย อย่าง เดอะ เฟซ มีวิธีรับมือการวิจารณ์ในโซเชียลยังไง?
“ข้อดีของกวางคือเราเป็นคนชอบอ่านเวลาโดนด่า ใครด่าเราก็ยิ่งอยากรู้ว่าด่าเพราะอะไร แต่ไม่ได้เอามานอยด์ แต่การที่เราอ่านเยอะ ๆ มันทำให้เรามีภูมิคุ้มกัน อ่านแล้วเราไม่ตอบโต้มันยากมาก มีโกรธบ้าง แบบฉันไปทำอะไรให้คุณเคืองแค้น แต่คิดว่าคนพวกนี้ตัดสินเก่งในโซเชียล แต่โลกความเป็นจริงบางทียังทำชีวิตได้ไม่ดีเลย ถึงได้ว่างมาว่าคนอื่นขนาดนี้ ทุกคนมีความคิดเห็นด้านบวกและลบ อยู่ที่ว่าจะเลือกให้ตัวเองมีมายด์เซตด้านไหน การที่มานั่งด่าคนอื่น แปลว่าคุณมีมายด์เซตด้านลบ สะท้อนตัวเองว่าเป็นคนยังไง ถ้าติเพื่อก่อกวางรับฟังแต่ต้องแมตช์กับตัวเราเองด้วยว่าเราเป็นแบบนั้นจริงรึเปล่า ถ้าไม่ใช่แบบนั้นก็ไม่ต้องทำอะไร เพราะเราไปนั่งทำตามที่ทุกคนวิจารณ์เรา ชีวิตเราไม่มีความสุข เราต้องเบส ออน ความสุขของเราเอง คือตอนแรกใครด่าเรานิดหน่อยก็ร้องไห้เป็นเรื่องเป็นราว แต่ทุกวันนี้มันสอนว่าเราไม่จำเป็นต้องดราม่ากับทุกเรื่องก็ได้ค่ะ”

 เมื่อพูดถึงชื่อ กวาง เดอะ เฟซ อยากให้คนคิดถึงอะไรมากที่สุด?
“อยากให้คิดถึงกวางที่เล่นหนังหรือละครเรื่องนี้ อยากให้ติดตามผลงานเรา ไม่ใช่ดราม่ากับคนนั้น เป็นแฟนคนนี้ ติดตามเรื่องส่วนตัวได้นะ เราพร้อมเปิด คบใครก็บอกตลอด แต่ถ้าคิดถึงเรา ก็อยากให้คิดถึงความสามารถของเราค่ะ”

เรามองเป้าหมายในชีวิตยังไง?
“อย่างน้อยปีนึงเราควรมีอะไรใหม่ ๆ อย่างน้อยก็ 2-3 อย่าง อย่างปี 2561 กวางได้ไปประเทศโมร็อกโก ถ่ายพรีเซ็นเตอร์เสื้อผ้า ซึ่งถือเป็นเป้าหมายนึงของกวางในการที่ได้ไปทำงานในต่างประเทศ และมีหนังเรื่อง “แช่ง” ปีนี้กวางขอมีอะไรสักอย่างที่ได้ท้าทายตัวเอง และแตกต่างจากที่ได้ทำในทุกวันนี้ค่ะ”



 ถามถึงความรักบ้าง ตอนนี้มีคนเข้ามาจีบเยอะมั้ย?
“โสดแต่มีคนคุย คือเราเคยอยู่ในจุดที่ชีวิตมีแฟนตลอดเวลา แต่ ณ ตอนนี้เป็นช่วงที่เราโสดจริงจังครั้งแรก กวางไม่รีบเพราะรีบแล้วพลาดมาเยอะ ปกติเวลาคุยกับใคร แล้วเราเป็นคนคลิกง่าย ถ้าใช่คือคบเลย แต่ตอนนี้เราอายุ 28 ปีแล้ว ถ้าเลยจุดนี้ไป เราไม่ต้องการคนที่คบเป็นแฟนแล้ว ต้องการคบเพื่อเป็นสามีและครอบครัวในอนาคต เราเลยอยากเลือกดี ๆ ไม่อยากตาดีได้ ตาร้ายเสีย ซึ่งคนที่คุยด้วยมันยังไม่เข้าตาขนาดนั้น  แต่ถ้ามีแล้วเดี๋ยวบอก มีคือมี ไม่มีคือไม่มีค่ะ”

 เหมือนปีนี้โฟกัสเราเปลี่ยนมาที่การทำงานด้วยรึเปล่า?
“ไม่ได้อยากคำตอบดารานะ (หัวเราะ) แต่มันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ถ้าเราไม่หาเงินด้วยตัวเอง แล้วใครจะให้เงินเรา หนูไม่ใช่คนที่หวังน้ำบ่อหน้าที่หวังหาสามีรวย เราอยากมีด้วยตัวเอง แล้วเราภูมิใจมากกว่า สุดท้ายเรายืนด้วยขาตัวเอง มันภูมิใจมากกว่าเราไปยืนด้วยขาคนอื่น เลยขอโฟกัสที่งานก่อนค่ะ”

 จากรักครั้งก่อนกับโจอี้ บอยดูเหมือนจบไม่โอเค ตรงนี้ทำให้มุมมองความรักเราเปลี่ยนไปมั้ย?
“เปลี่ยนไปในทางดีขึ้น ต้องขอบคุณเขาที่ทำให้เราเข้าใจโลก ก่อนหน้านี้เราโลกสวย เด็กอ่ะ ไม่อยู่กับความเป็นจริง แต่พออยู่คนเดียว ใช้เวลาทบทวนหลายอย่าง ทำงานและสร้างความสุขด้วยตัวเอง มันทำให้เข้าใจโลกมากขึ้นว่าสุดท้ายทุกอย่างก็อยู่ที่ตัวเรา ไม่พึ่งความรู้สึกคนอื่น ถ้าเราเอาความรู้สึกเราไปวางไว้กับคนอื่นเมื่อไหร่ ถ้าเขาหายไปเท่ากับความรู้สึกเราหายไปเลยนะ”

 แต่ไม่ได้เข็ดความรัก?
“ไม่ได้เข็ด เราเข้าใจมากกว่า คนที่เคยเป็นแฟนกวาง ทุกวันนี้เรายังคุยกับเขาได้ทุกคน เป็นพี่น้องที่ดีกันได้ กวางเป็นคนไม่แค้นฝังใจ ให้อภัยคน ต้องขอบคุณคุณแม่  ท่านเป็นคนให้อภัยและให้โอกาสคน เลยทำให้เราซึมซับมา กวางไม่เคยโกรธใครนานเลย เป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้หมด แต่เขาอยากเป็นเพื่อนกับเรารึเปล่าไม่รู้นะ (หัวเราะ)”



 ณ วันนี้ที่เรามองรักครั้งต่อไปถึงการเป็นคู่ชีวิต แบบนี้คนนั้นต้องมีคุณสมบัติอะไรเป็นพิเศษ?
“อยู่ด้วยแล้วสบายใจ เป็นความสุขของกันและกันได้ แต่ต้องมีพื้นที่ให้กันด้วย คนที่มาคบกับเราไม่ใช่มีแพสชั่นแค่ตอนแรกแล้วหายไป พวกโปรโมชั่นไม่เอา คุณเป็นยังไงก็มาแบบนั้น แล้วมาดูว่าปรับกันได้รึเปล่า จะเป็นใครก็ได้ที่เข้าใจโลก ไม่ใช่ต้องมานั่งอธิบายทุกเรื่อง เราต้องการคนที่คุยกันรู้เรื่อง แค่นี้ก็จบ เท่ากับในอนาคตทุกปัญหาอาจมีทะเลาะ ถกเถียงกัน แต่เรามีพื้นฐานที่เข้าใจกันมาก่อน ยังไงมันก็ไม่น่ายากในการปรับตัว ถ้ามีแล้วต้องพากันในทิศทางที่ดีขึ้น ถ้ามีแล้วแย่ลง อย่ามีเลยดีกว่าค่ะ”

 เชื่อเรื่องพรหมลิขิตมั้ย?
“คิดว่าเคยเจอนะ ตอนแรกไม่เชื่อ แต่เคยเจอที่ทุกอย่างลงล็อกกันหมด สุดท้ายอะไรที่เป็นของเราก็จะเป็นของเรา จะไม่พยายามในอะไรที่ไม่ใช่ของเรามาเป็นของเรา มันจะทุกข์ คิดว่าอะไรที่เป็นของเราสุดท้ายมันก็จะเป็นของเราเสมอค่ะ”

 ท้ายสุดฝากถึงแฟน ๆ ที่เชียร์เรามาตั้งแต่ เดอะ เฟซ หน่อย?
“คนที่ติดตามกวางมาตั้งแต่เดอะ เฟซ จนทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ ถึงไม่ได้เยอะมากแต่กวางก็ขอบคุณในความจริงใจที่ยังรักและติดตามผลงานเรามาจนถึงตอนนี้ ก็อยากให้ติดตามกันต่อไป จะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เรามั่นใจในตัวเองกับการพัฒนาฝีมือ เราเป็นดาราเพื่อให้พัฒนาเป็นนักแสดง ทุกคนจำบทบาทเราได้และอยากให้ทุกคนมั่นใจในตัวกวาง อีก 20-30 ปีก็อยากให้ติดตามกันตลอดไป และอีกก้าวของกวางก็คือหนัง “แช่ง” อยากให้ติดตามด้วย เข้าฉายวันที่ 16 ม.ค. นี้แล้ว ทุกโรงภาพยนตร์ อยากให้ทุกคนดูกันมากจริง ๆ เพราะเรื่องนี้เราเต็มที่และเป็นเรื่องแรกที่กวางได้เป็นนางเอกด้วยค่ะ (ยิ้ม)”

เห็นความมุ่งมั่นของเธอขนาดนี้ แฟน ๆ อย่าพลาดไปเชียร์กวางในแช่งภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ ซึ่งเชื่อว่าไม่ใช่แค่งานนี้ แต่ด้วยความตั้งใจพัฒนาตัว จะทำให้แฟน ๆ ได้เสพงานคุณภาพของกวางอีกมากมายอย่างแน่นอน.

.....................................................................
วันวิสาข์ ดอกเงิน : เรื่อง / สันติ มฤธานนท์ : ภาพ



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 906