อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

"ณัฏฐพล" เปิดศูนย์ "HCEC" ใช้พัฒนาการศึกษาครบวงจร  

ศธ.เดินหน้าเปิดศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ รร.ต้นแบบแห่งแรก เพื่อเป็นศูนย์กลางความร่วมมือระหว่างรร.-เอกชนระดับภูมิภาค มุ่งพัฒนาบุคคลสู่การเป็นทุนมนุษย์ที่เป็นเลิศ เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 11.04 น.

เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานเปิดศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : HCEC) ต้นแบบ โดยนายณัฏฐพล กล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าวมีเป้าหมายหลักช่วยให้ระบบการศึกษาดีขึ้นจากการพัฒนาวิชาชีพครู และทำงานร่วมกับวิทยาลัยอาชีวะในการพัฒนาวิชาชีพ ซึ่งเป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพในเขตพื้นที่การศึกษาที่สอนและจัดอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชนทั้งแบบออนไลน์และแบบห้องเรียนเสมือนจริง เพื่อให้เป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21  



รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับศูนย์ HCEC นี้จะจัดตั้งขึ้นภายในโรงเรียนและวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศ ตามแผนงานที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้วางนโยบายการจัดตั้งศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศในทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวม 185 ศูนย์ และในวิทยาลัยอาชีวะ 100  ศูนย์ ภายในปี 2564 ทั้งนี้ตนเชื่อมั่นว่ากลไกการขับเคลื่อนทั้งหมดจะนำไปสู่ความเป็นเลิศของผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาไทยทั้งระบบ เพราะเมื่อการศึกษากลายเป็นระบบนิเวศโดยสมบูรณ์ด้วยการเชื่อมต่อผ่านศูนย์ HCEC และ DEEP จะทำให้นักเรียน ครูและผู้บริหารสถานศึกษาสามารถประสบความสำเร็จได้ในแบบฉบับของตัวเอง เพื่อนำพาให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีฐานทุนมนุษย์ที่เป็นเลิศ  

“ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ศธ.มุ่งเน้นการปลดล็อก ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง เพื่อรองรับการปฏิรูปการศึกษาตามแผนงานการศึกษายกกําลังสอง โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการนำภาคเอกชนมามีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อมการพัฒนากำลังคนในทุกมิติ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงานที่ภาคเอกชนต้องการ เป็นการเรียนกับมืออาชีพเพื่อให้ได้ศักยภาพแรงงานที่เป็นเลิศ” นายณัฏฐพล กล่าว. 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    17%
  • ไม่เห็นด้วย
    83%

บอกต่อ : 51