อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563

"หมอยง"ชี้ไวรัสโคโรนา ยังไม่พบระบาดจากคนสู่คน

“หมอยง” ชี้ไวรัสโคโรนายังไม่พบการระบาดจากคนสู่คน ขณะที่ รมว.อว.ย้ำทุกคนไม่ควรตื่นตระหนก ให้ใช้ความรู้ และเข้าใจ สั่งมหา’ลัยย่านบางบ่อชี้แจงภายใน 7วัน หลังถูกเด็กล่ารายชื่อร้องเรียนเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวจีนมาท่องเที่ยวถ่ายรูป อังคารที่ 28 มกราคม 2563 เวลา 16.59 น.


เมื่อวันที่  28 ม.ค. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้มีการประชุมระดมสมองเพื่อนำองค์ความรู้ในมหาวิทยาลัยมาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการระบาดของไวรัสโคโรนา โดยดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์  รมว.อว. กล่าวว่า ตนไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนกกับเรื่องไวรัสโคโรนา อยากให้ใช้ความรู้ ความเข้าใจ ขณะที่ในมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ก็มีองค์ความรู้ที่เพียงพอ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าไวรัส คือไวรัล ที่แชร์ต่อๆ กันไปซึ่งไม่รู้ว่าจริงเท็จ และอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้

จากข้อมูล พบว่ามีสถาบันอุดมศึกษาไทยที่มีนักศึกษาสัญชาติจีนศึกษาอยู่จำนวน 87 สถาบัน แบ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 52 แห่ง สถาบันอุดมศึกษาเอกชน 35 แห่ง มีนักศึกษาจีนจำนวน 11,738 คน ส่วนสถาบันอุดมศึกษาไทยที่มีนักศึกษาจีนศึกษาอยู่ 3 อันดับแรก ได้แก่1.มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จำนวน 2,884 คน 2. มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญจำ นวน 978 คนและ3.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 756 คน

ขณะที่มีจำนวนนักศึกษาไทยที่ไปศึกษาอยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีนในแต่ละมณฑล ดังนี้ ยูนนาน จำนวน 828 คน กุ้ยโจว จำนวน 134 คน
หูหนาน จำนวน 208 คน สำหรับมณฑลอื่นนั้น กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ขณะที่มีนักศึกษาไทยศึกษาอยู่ที่เมือง เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ จำนวน 58 คน 


 

ดร. สุวิทย์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาย่านบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ล่ารายชื่อร้องเรียนสถาบันที่เปิดให้นักท่องเที่ยวชาวจีนมาท่องเที่ยวถ่ายรูป รวมถึงเปิดหอพักของนักศึกษาเป็นโรงแรม หรือห้องพักรายวัน จนนักศึกษาหวั่นวิตกว่จะมีการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโคโรนานั้น เบื้องต้นตนได้สั่งให้มหาวิทยาลัยดังกล่าวชี้แจ้งข้อเท็จจริงภายใน 7 วันหากพบว่าผิดวัตถุประสงค์การจัดตั้งก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป 

“ผมเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เชื่อว่าขีดความสามารถของกระทรวงสาธารณสุข (สธ. )องค์ความรู้ที่มีในมหาวิทยาลัยต่างๆ จะสามารถรองรับสิ่งเหล่านี้ได้ แต่ที่สำคัญเราต้องทำความเข้าใจในเชิงวิทยาศาสตร์ และอย่าตื่นตระหนกเกินไป อว. ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน  จากนี้ไปเราจะทำการวิจัยเชิงรุก เพื่อต่อสู้กับโรคอุบัติใหม่อื่นๆ ด้วยและในวันที่  31 ม.ค.นี้ จะมีการหารือเกี่ยวค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก  PM 2.5ด้วย ”ดร.สุวิทย์กล่าว 
 
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ต้องถือว่าเป็นโอกาสที่ อว . กับ สธ.จับมือกันพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ทำวิจัยหาองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้และโรคอื่นๆ เพราะ อว.มีอาจารย์ นักวิจัย ในคณะต่างๆที่สามารถนำศาสตร์ต่างๆมาร่วมมือกัน เช่น นักคณิตศาสตร์ ที่จะช่วยสร้างแบบจำลองการระบาดของโรค นักคอมพิวเตอร์ ที่จะนำข้อมูลจากทั่วโลกมาวิเคราะห์ นักเคมีและนักชีววิทยามาช่วยสร้างแบบจำลองโครงสร้างพันธุกรรม เพื่อหาสารป้องกันการแบ่งตัว ซึ่งเราจะได้ความรู้ใหม่

ทั้งนี้โคโรนาไวรัสตัวนี้ไม่ได้ร้ายแรงแบบซาร์ส หรือเมอร์ส แต่เป็นไวรัสที่มีความรุนแรงต่ำ ทำให้หยุดการระบาดเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้การระบาดใหญ่ ถ้าข้ามประเทศหรือข้ามทวีป ถือว่าเป็นการระบาดในวงกว้าง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ระบาดออกนอกประเทศจีน ดังนั้นองค์การอนามัยโลก จึงยังไม่ประกาศ ยกเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณะสุข เพราะยังเป็นการระบาดแค่ในประเทศจีน ส่วนในประเทศไทย เป็นคนจีนนำเข้ามา มีคนไทยคนเดียวที่ติดเชื้อจากการเดินทางไปอู่ฮั่น และยังไม่พบการระบาดจากคนสู่คน


 

“หากเกิดการระบาดในประเทศไทย โรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน ควรเตรียมเตียงคนไข้ไว้รองรับให้เพียงพอ ซึ่งอาจต้องพิจารณาเตรียมโรงพยาบาลพิเศษหรือโรงพยาบาลสนามแบบจีนหรือไม่ เพราะหากเตียงคนไข้ไม่พอจะเกิดภาวะตื่นตระหนกของประชาชน โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน เดือน กรกฎาคม-สิงหาคมที่เป็นช่วงที่ไวรัสแพร่กระจายได้ดี ขณะเดียวกันการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อโซเชียลมีเดียมากมายจนประชาชนสับสน ควรมีหน่วยงานหรือองค์กร ที่ช่วยเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง และแก้ไขข่าวที่ไม่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว ด้วยข้อความสั้น กระชับ เข้าใจง่าย เผยแพร่รวดเร็ว” ศ.นพ.ยงกล่าว 
 
ศ.นพ.ยง กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ออกมาตราการให้นักศึกษาจีนที่เดินทางกลับประเทศจีน ให้พำนักต่ออีก 2 สัปดาห์ก่อนเดินทางกลับมาเรียนต่อในประเทศไทยนั้น เมื่อนักศึกษาจีนกลับมาแล้ว มหาวิทยาลัยก็ควรให้มารายงานตัวและต้องกักตัวต่ออีก 2 สัปดาห์ เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง และสิ่งที่ทุกคนควรปฏิบัติและสอนเด็กๆให้ทำเป็นนิสัยคือ ต้องล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากใช้มือปิดปากจมูกเวลาไอหรือจาม ล้างมือก่อนหยิบจับอาหารเข้าปาก เป็นต้น  นอกจากนี้ควรจะมีการแจกแอลกอฮอล์ เพื่อไปวางไว้ตามสถานที่สาธารณะ
 

 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 30