อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

"สุวิทย์" นำยุวชนอาสาลงกาฬสินธุ์เลี้ยงกุ้งกามกรามแก้จน

“สุวิทย์ ” นำยุวชนอาสาลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เลี้ยงกุ้งก้ามกรามแก้ปัญหายากจน พร้อมนำเทคโนโลยีเข้าช่วยเพิ่มผลผลิต อาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562 เวลา 17.31 น.

วันนี้  (15 ธ.ค.)ที่บ้านโคกก่อง และ บ้านโพธิ์ชัย ต.บัวบาน อ.ยางตลาดตลาด จ.กาฬสินธุ์ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์  รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ลงพื้นที่โครงการยุวชนอาสา จ.กาฬสินธุ์ ดูโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการเพิ่มมูลค่าการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาความยากจน  ซึ่งมีคนจนตามตามระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า(TPMAP) จำนวน 120 คน  โดย ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า ก่อนที่ชาวบ้านจะเริ่มโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการเพิ่มมูลค่าการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามฯ พบปัญหากุ้งก้ามกรามที่เลี้ยงนำมาจำหน่ายในตลาดมีขนาดเล็ก น้ำหนักเพียง 25 – 30 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งไม่เป็นที่พอใจของผู้บริโภค แถมมีราคาสูง และไม่แน่นอน  ขณะที่การอนุบาลลูกกุ้งมีอัตราการรอดตายต่ำ ปัญหาสายพันธุ์ลูกกุ้งก็ไม่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์จนถึงปัญหาคุณภาพน้ำจากเขื่อนลำปาว เป็นต้น

 

ดร.สุวิทย์ กล่าวต่อไปว่า  ที่ผ่านมาโครงการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ของ อว. ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาและพัฒนากระบวนการผลิตกุ้งก้ามกรามร่วมกับชาวบ้าน จนได้ผลผลิตที่ดีขึ้น จากนั้นจึงนำไปต่อยอดโดยการนำนักศึกษาโครงการยุวชนอาสาลงไปทำงานร่วมกับชาวบ้าน พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบพัฒนาที่ได้มาตรฐานเข้าไปใช้ตั้งแต่การเตรียมบ่อเลี้ยง การจัดหาลูกกุ้งและอาหาร รวมทั้งการติดตั้งระบบเติมอากาศที่ประดิษฐ์จากนักศึกษาเข้าไปและนำเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์กุ้งก้ามกราม เพื่อเพิ่มมูลค่า การจัดทำระบบบัญชี เป็นต้น


“กุ้งก้ามกรามมีผลผลิตเพิ่มจาก 120 กิโลกรัมต่อไร่เป็น 200 กิโลกรัมต่อไร่ สามารถลดต้นทุนการผลิตจาก 230 บาทต่อกิโลกรัมเหลือเพียง 190 บาทต่อกิโลกรัม รายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง สูงขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 สามารถเพิ่มอัตราการรอดตายของลูกพันธุ์กุ้งจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 45 ขนาดของกุ้งสม่ำเสมอ สามารถขายได้ทั้งบ่อพร้อมกัน ที่สำคัญสามารถเป็นต้นแบบให้กับหมู่บ้านอื่นๆ ได้อีกอย่างน้อย 3 หมู่บ้าน”ดร.สุวิทย์ กล่าว


จากนั้น ดร.สุวิทย์  ได้เดินทางเยี่ยมชมศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอพื้นเมืองแพรวากาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกิดจากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการแก้ปัญหาความยากจนใน จ.กาฬสินธุ์ ที่สนับสนุนงบประมาณผ่านจังหวัดมายังมหาวิทยาลัย เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนและส่งเสริมอนุรักษ์และพัฒนาผ้าทออย่างเป็นระบบโดยนักศึกษามีส่วนร่วมเรียนรู้ทุกขั้นตอน โดย ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า นักศึกษาในโครงการยุวชนอาสา ได้มาร่วมกิจกรรมปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและร่วมเรียนรู้กับชาวบ้านทุกขั้นตอน ทั้งเทคนิคการทอดั้งเดิมและผลิตชิ้นงานรวมทั้งการเป็นผู้ช่วยวิทยากรในการให้ความรู้และการสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ เป็นต้น 

 

รมว.อว. กล่าวว่า โครงการยุวชนอาสา อว. ส่งนักศึกษา 800 คน ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชาวบ้าน 1 ภาคการศึกษา จำนวน 83 โครงงาน ลงชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย 83 ตำบล ใน 15 อำเภอ จาก ทั้งหมด 18 อำเภอ ของจ.กาฬสินธุ์ ซึ่งประสบปัญหาด้านความยากจน ความเหลื่อมล้ำ หรือปัญหาคุณภาพชีวิตในมิติต่าง ๆ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมเฉลี่ยต่อคนต่อปีเพิ่มสูงขึ้น โดยค่าเป้าหมายเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 และลดสัดส่วนคนจนลดลง มีค่าเป้าหมาย ลดลงร้อยละ 2.5 ต่อปี โดยจะมุ่งพัฒนาศักยภาพที่มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย ยกระดับคุณภาพและรายได้ด้านการท่องเที่ยว และส่งเสริมการค้า การลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพัฒนาทุนมนุษย์ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมที่มีความมั่นคงและสงบสุข
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 41