อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562

"สุวิทย์"เล็งขอจัดสรรงบฯวิจัย 4 รูปแบบ แก้เบี้ยหัวแตก

“สุวิทย์”ดันจัดสรรงบฯวิจัย 4 รูปแบบ แก้เบี้ยหัวแตก พร้อมแบ่ง 3 กลุ่มมหา’ลัย เล็งปรับหลักสูตรลื่นไหล จบเร็วขึ้น ส่วนจุฬาฯฟุ้งหลายงานตอบโจทย์ประเทศ อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562 เวลา 14.50 น.

วันนี้( 23 ก.ค.) ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์  รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินทางร่วมกิจกรรม “เปิดบ้านจุฬาฯหารือกระทรวงการอุดมศึกษาฯ” โดยมีศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ ผู้บริหาร คณาจารย์ให้การต้อนรับ  ซึ่งดร.สุวิทย์ กล่าวว่า  สำหรับเหตุผลที่ตนมาจุฬาฯ เพราะเป็นมหาวิทยาลัยแรกที่เป็นเสาหลักของแผ่นดิน และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงปฏิรูปการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และครั้งนี้จะเป็นเสาหลักในการปฏิรูปการเปลี่ยนแปลงครั้งที่2 ทั้งนี้ อว. ถือว่าเป็นกระทรวงที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลศาสตร์ทุกแขนง  แต่ที่ผ่านมาหลายคนมองว่า อว.จะเน้นวิทยาศาสตร์อย่างเดียว แต่จริงๆ อว.เน้นวิทยาศาสตร์ที่สร้างนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์การมีชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน


ดร.สุวิทย์  กล่าวต่อไปว่า  ที่ผ่านมาการสร้างงานวิจัยส่วนใหญ่จะเป็นโปรเจคเบส  เป็นเบี้ยหัวแตก ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ตนได้หารือกับสำนักงบประมาณ ว่าจากนี้การจัดสรรงบฯการวิจัยจะเน้น  4 รูปแบบหลัก คือ 1.งานวิจัยที่เน้นสร้างคน สร้างองค์ความรู้ 2.ตอบโจทย์ความเหลื่อมล้ำ 3.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และ4.สอดคล้องกับแผนงานวิจัยขั้นแนวหน้า ขณะเดียวกันตนได้ของบฯ เพื่อสนับสนุน มหาวิทยาลัยให้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต หรือ BCG ไว้ประมาณ 2,000 ล้านบาท อีกทั้งจะแบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัย 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มมหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิต สร้างองค์ความรู้ใหม่ 2.กลุ่มมหาวิทยาลัยที่เน้นด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี และ3.กลุ่มมหาวิทยาลัยที่เน้นพัฒนาพื้นที่ ส่วนที่เหลือเป็นมหาวิทยาลัยที่บูรณาการทั้งสังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน


“นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังต้องไปดูในเรื่องการปรับหลักสูตร ให้มีความลื่นไหลระหว่างคณะ มหาวิทยาลัย รวมถึงการแลกเปลี่ยนอาจารย์ระหว่างมหาวิทยาลัย  ดังนั้นต่อไปเด็กสามารถเรียนข้ามศาสตร์ มีการเก็บหน่วยกิตระหว่างมหาวิทยาลัย  ขณะเดียวกันเด็กอาจไม่ต้องเรียนถึง 4 ปี หากสามารถเก็บหน่วยกิตได้ ก็สามารถจบป.ตรีได้ภายใน 3 ปีหรือน้อยกว่านั้นก็ได้”ดร.สุวิทย์ กล่าว

ศ.ดร.บัณฑิต กล่าวว่า จุฬาฯทำงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องมาหลายปี และขณะนี้มีหลายเรื่องสามารถตอบโจทย์ประเทศได้ ทั้งนี้ในศตวรรษที่2 ของจุฬาฯ ก็พร้อมที่จะนำศาสตร์ต่างๆ มารับใช้ประชาชนอย่างเข้มแข็ง

ศ.ดร.พลกฤษณ์ แสงวณิช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้เรียนระดับบัณฑิตศึกษาในสายวิทยาศาสตร์ ลดลง 15-20 % อย่างต่อเนื่องทุกมหาวิทยาลัย  ขณะที่เด็กที่เข้าเรียนในระดับปริญาตรีก็ลดลง มหาวิทยาลัยพยายามปรับตัวด้วยการประชาสัมพันธ์ และปรับหลักสูตร แต่ผู้เรียนก็ยังไม่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงต้องไปหาลูกค้าในกลุ่มอาเซียนให้เข้ามาเรียน เช่น นักศึกษาจากประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย พม่า เป็นต้น จึงอยากให้อว. ช่วยเข้ามาดู โดยเฉพาะเรื่องโอกาสการมีงานทำ เนื่องจากผู้ที่จบปริญญาเอก จะหางานทำได้ยาก ส่วนใหญ่จบออกมาก็จะไปทำงานในภาครัฐเป็นอาจารย์ ขณะที่อัตราการบรรจุก็ลดลงเรื่อยๆ
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 44