อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

โรงเรียนเอกชนดังปทุมธานี ชี้จัดการสอนถูกกฎหมาย

ฝ่ายกฎหมายโรงเรียนเอกชน จ.ปทุมธานี แจง จัดการเรียนการสอนถูกกฎหมาย ไม่มีการปลอมวุฒิ ไล่ สช.อ่านข้อกฎหมายให้ละเอียดก่อน เสาร์ที่ 19 มกราคม 2562 เวลา 13.13 น.

วันนี้ (19 ม.ค.) นายเมธชนนท์ ประจวบลาภ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการ (ด้านกฎหมาย) โรงเรียนจุฑารัตน์วิทยา จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ตามที่ นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานี ตรวจสอบพบว่ามีโรงเรียนเอกชนในจังหวัดปทุมธานี จัดการศึกษาไม่เป็นไปตามกฎหมาย เรียน 2 – 3 เดือนก็จบการศึกษา และอาจจะเข้าข่าย การปลอมแปลงหรือซื้อขายวุฒิการศึกษานั้น ซึ่งขอยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของโรงเรียนจุฑารัตน์วิทยา แต่ สช. และ ศธจ.ปทุมธานีอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องอาจจะไม่ได้ศึกษาข้อกฎหมายให้ดีก่อน

นายเมธชนนท์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ข้อเท็จจริงก็คือโรงเรียนจุฑารัตน์วิทยา เป็นโรงเรียนเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งประเภทสามัญศึกษาและอนุญาตให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนจึงได้จัดทำโครงการ “จุฑารัตน์วิทยาพาขึ้นฝั่ง” ซึ่งเป็นโครงการที่ให้นักเรียนที่ลาออกกลางคัน ถูกไล่ออก หรือเรียนไม่จบการศึกษาเนื่องจากมีผลการเรียนติด 0 , ร , มส. , มผ. จากสถานศึกษาแห่งเดิมย้ายมาเรียนโดยการเทียบโอนหน่วยกิตและมาสอบ เพื่อประเมินผลการเรียน ตามแนวทางมาตรา 26 แห่งกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ ที่กำหนดให้สถานศึกษาสามารถกำหนดเครื่องมือการวัดผลประเมินผลได้ยืดหยุ่นตามบริบทของผู้เรียน นอกจากนี้ นักเรียนรายใดที่มีประสบการณ์ทำงาน ฝึกอาชีพ ประกอบอาชีพในสถานประกอบการ ก็ยังสามารถเอาประสบการณ์ตรงนั้น มาเทียบโอนเป็นหน่วยกิตการศึกษาขั้นพื้นฐานในระบบได้ ตามแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) ออกคู่มือแนวทางการเทียบโอนไว้ รวมถึงยังสอดคล้องกับมาตรา 15 แห่งกฎหมายการศึกษาแห่งชาติที่กำหนดให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ได้อีกด้วย

นายเมธชนนท์ฯ กล่าวอีกว่า สำหรับการที่โรงเรียนจัดทำบัญชีรายชื่อทะเบียนนักเรียนแยกออกไว้ 2 เล่ม นั้นเป็นกรณีที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนว่านักเรียนกลุ่มใดขอรับเงินอุดหนุนตามโครงการเรียนฟรี 15 ปีจากรัฐบาล และนักเรียนกลุ่มใดไม่รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้ชี้แจงแนวทางการจัดการศึกษารูปแบบดังกล่าว ตามหลักของกฎหมายให้ สช. และ ศธจ.ปทุมธานี รับทราบแนวทางแล้ว แต่ผู้เกี่ยวข้องก็ปฏิเสธและยืนยันในคำพูดเดิมว่าโรงเรียนทำผิดกฎหมายมาโดยตลอด ซึ่งไม่ยอมฟังเหตุผลหรือศึกษาข้อกฎหมายที่ตัวเองบังคับใช้บ้างเลย จนเกิดเป็นเหตุการณ์ในลักษณะนี้

“โรงเรียนจุฑารัตน์วิทยา ขอยืนยันว่าการดำเนินการจัดการศึกษาดังกล่าว เป็นไปตามหลักและเงื่อนไขของข้อกฎหมายที่โรงเรียนได้รับอนุญาตเอาไว้เมื่อตอนจัดตั้งโรงเรียนโดยเฉพาะการจัดการศึกษาตามพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่เปิดโอกาสให้ทุกสถานศึกษาสามารถดำเนินการได้ และการจัดการศึกษาในลักษณะเช่นนี้ โรงเรียนหนองชุมแสงวิทยา จังหวัดเพชรบุรี ก็เคยขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความ และก็เคยมีความเห็นไปยังคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี 2558 แล้วว่าสถานศึกษาทุกแห่งสามารถจัดการศึกษาโดยการเปิดเทียบโอนผลการเรียนในลักษณะเช่นนี้ได้ ดังนั้นเมื่อโรงเรียนจุฑารัตน์วิทยาได้รับการอนุญาตให้จัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานย่อมมีสิทธิที่จะนำแนวทางหรือวิธีการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรมาบังคับใช้เช่นเดียวกัน รวมถึงตอนนี้ไม่ขอชี้แจงอะไรมาก เพราะเรื่องดังกล่าว อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง ซึ่งศาลปกครองกลางรับเรื่องที่โรงเรียนฟ้องคดีต่อศาล ไว้พิจารณาตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. 2561 หลังจากนี้ขอให้ สช.กลับไปทบทวนตนเองว่าได้ศึกษาข้อกฎหมายและแนวทางการจัดการศึกษามาถูกต้องครบถ้วนหรือไม่หากไม่มีข้อมูลทางโรงเรียนยินดีจะส่งไปให้อ่าน” นายเมธชนนท์ กล่าว

ด้าน นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการ กช. กล่าวว่า การดำเนินการของโรงเรียนเอกชนแห่งดังกล่าวไม่ได้มีการขออนุญาตมาที่ สช.อย่างเป็นทางการ ซึ่งแม้ว่ากฎหมายบอกว่าสามารถจัดการศึกษาได้ตามอัธยาศัย แต่โรงเรียนจุฑารัตน์เป็นโรงเรียนเอกชนอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 ดังนั้นการจะดำเนินการอะไรต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบของสช.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    71%
  • ไม่เห็นด้วย
    29%

บอกต่อ : 230