อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562

จ่อฟันผอ.รร.ในอุบลฯปั้นเด็กผีอัพขนาดโรงเรียน

“บุญรักษ์” เผยผลสอบข้อเท็จจริงโรงเรียนในจังหวัดอุบลราชธานี เพิ่มรายชื่อเด็กเพื่ออัพขนาดโรงเรียน อาจมีเจตนากระทำความผิดจริง ชี้ให้ข้อมูลเท็จโดนโทษทางวินัยทั้งโรงเรียนต้นทางและปลายทาง จันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2561 เวลา 12.21 น.

วันนี้ (3 ธ.ค.) ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหานักเรียนไม่มีตัวตนจริงในห้องเรียน หรือ เด็กผี ว่า ในวันนี้( 3 ธ.ค.)เป็นวันที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดให้สถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศ ดำเนินการนับจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริงพร้อมกัน โดยมีคณะกรรมการตรวจนับของโรงเรียน และคณะกรรมการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ร่วมกันตรวจนับ จากนั้นให้ส่งข้อมูลเข้าระบบฐานข้อมูลบุคคล หรือ DMC ภายในวันที่ 10 ธันวาคม 2561  โดยแยกบัญชีนักเรียนที่มีตัวตนจริงและไม่มีตัวตนออกจากกันชัดเจน ทั้งนี้ การตรวจนับจำนวนนักเรียนครั้งนี้ไม่ใช่การช่วยเหลือกันตามที่มีกระแสข่าว เพราะข้อมูลจำนวนนักเรียนจะมีอยู่แล้ว คือข้อมูลภาคเรียนที่ 1 รายงานวันที่ 10 มิถุนายน  และภาคเรียนที่ 2 รายงานวันที่ 10 พฤศจิกายน ของทุกปี ซึ่งเหมือนเป็นการปักหมุดตัวเลขอยู่แล้ว ส่วนการนับวันที่ 3 ธันวาคมนี้ คือ การตรวจเช็คความถูกต้อง หากมีความผิดปกติก็จะเห็นชัดเจน ไม่สามารถมีใครช่วยเหลือใครได้
 
ดร.บุญรักษ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานีมีการเพิ่มรายชื่อนักเรียน ประมาณ 40 คนเข้าไปเพื่อให้เพิ่มขนาดโรงเรียน จากโรงเรียนขนาดเล็ก เป็น โรงเรียนขนาดกลาง เพื่อผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถย้ายไปเป็นผู้บริหารโรงเรียนขนาดใหญ่ได้ นั้น ดร.อัมพร พินะสา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานอย่างไม่เป็นทางการ ว่า โรงเรียนดังกล่าวมีแนวโน้มว่าอาจมีเจตนากระทำความผิดจริง โดยมีการนำชื่อเด็กย้ายมาโรงเรียนใหม่ แต่ตัวนักเรียนยังอยู่โรงเรียนเดิม ซึ่งกรณีนี้รัฐไม่เสียหาย เพราะงบประมาณจะไปตามรายชื่อเด็กเท่านั้น แต่ก็เป็นการรายงานข้อมูลเท็จ ทั้งนี้ หากเป็นไปตามที่สรุปมาเบื้องต้นก็ถือว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนมีความผิดทั้งโรงเรียนต้นทางและโรงเรียนปลายทาง ซึ่งโทษของผู้กระทำความผิดในการให้ข้อมูลเท็จในทางราชการจะมีโทษทางวินัย อาญา และทางแพ่ง หากเกี่ยวข้องกับงบประมาณ คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะสรุปข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดอุบลราชธานีได้  ซึ่งตามกระบวนการดำเนินการลงโทษผู้กระทำความผิดทางวินัยเป็นอำนาจของ สพฐ. ส่วนการพิจารณาย้ายออกนอกพื้นที่หรือไม่เป็นอำนาจของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนี้ยังได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบในจังหวัดที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ระบุว่ามีปัญหาด้วย หากพบว่ามีความผิดปกติก็จะถูกลงโทษทั้งทาวินัยและทางกฎหมายเช่นเดียวกัน.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 43