อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561

นักวิชาการแนะศธ.ถอดบทเรียนหมูป่าจริงจัง

“สมพงษ์” จี้ศธ.ถอดบทเรียนหมูป่าจริงจัง แบ่งองคความรู้ตามช่วงวัย ปรับหลักสูตรแกนกลางเน้นปฏิบัติ ชี้ควรสอนเด็กเอาตัวรอด เพราะภัยพิบัติมาก พุธที่ 11 กรกฎาคม 2561 เวลา 18.00 น.

วันนี้(  11 ก.ค.)ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ควรมีการถอดบทเรียนจากกรณีเยาวชน 12 คนและโค้ช 1 คน รวม 13 ชีวิตจากทีมหมูป่าอะคาเดมี ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน นานกว่า17 วัน เพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้ทักษะการเอาชีวิตรอดเมื่อเกิดภัยพิบัติ โดยการถอดองค์ความรู้นั้น ควรแบ่งการนำเสนอองค์ความรู้ตามช่วงอายุของเด็ก ได้แก่ ระดับอนุบาล ควรทำหนังสือประเภทตำนาน นิทาน ของดอยนางนอน โดยสอดแทรกการสอนเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ความรัก ระดับประถม ควรเรียนรู้เรื่องภาษาอังกฤษในชีวิตผจญภัย  ทั้งนี้หากเด็กไทยได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากเหตุการณ์นักฟุตบอลเยาวชนหมู่ป่าอะคาเดมี พูดตอบโต้กับนักดำน้ำชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั่วโลกรับรู้กัน  จะทำให้เด็กเกิดทัศนคติที่ดีต่อการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ จะไม่กลัวฝรั่ง และกล้าพูดตอบโต้ด้วยภาษาอังกฤษ ระดับมัธยมต้น ควรมีทักษะด้านกีฬาอย่างน้อย 1 ชนิด ปลูกฝังการเล่นกีฬาเป็นทีม ความมีระเบียบวินัย มีสติและสมาธิ ซึ่งหมูป่า 13 คน เห็นได้ชัดว่า เป็นเด็กที่มีระเบียบวินัยสูง อยู่รวมกลุ่มช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้สามารถเอาชีวิตรอดได้ ที่สำคัญเด็กในวัยมัธยมศึกษาตอนต้น หากได้เล่นกีฬาจะทำให้ห่างไกลยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือรวมทั้งโลกออนไลน์ต่างๆ

ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ควรเรียนรู้เรื่องการสร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับอาชีพต่างๆ ที่ทำงานเพื่อผู้อื่น เช่น หน่วยซีล ทหาร หมอ นักนวัตกรอย่างนายอีลอน มัสค์ นักดำน้ำ  นักฟุตบอลอาชีพ นักโภชนาการ เป็นต้น  ซึ่งทุกสาขาอาชีพที่มาช่วยค้นหาเยาวชนทั้ง 13 คน เป็นกลุ่มบุคคลทำงานเพื่อคนอื่น เป็นผู้มีธรรมาภิบาล ซึ่งจะเป็นตัวอย่างที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กไทย รู้จักทำงานเพื่อสังคม ส่วนระดับอุดมศึกษา ควรเน้นการปฏิบัติด้านวิชาชีพต่างๆ และปลูกฝังอย่างเข้มข้นในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม สติ สมาธิ โดยเฉพาะด้านนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ ที่ต้องปลูกฝังด้านจริยธรรมสื่อ สำหรับรูปแบบการนำเสนอควรเป็นหนังสือ ทั้ง รูปเล่ม หนังสือออนไลน์ ห้องสมุดออนไลน์ เป็นต้น ขณะเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการ ก็ควรปรับปรุงหลักสูตรแกนกลาง ให้เน้นการลงมือปฏิบัติ เพิ่มสัดส่วนหลักสูตรท้องถิ่นให้เด็กๆ แต่ละภูมิภาคได้เรียนรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในภาคของตนเอง เช่น ภาคเหนือ เรียนรู้การเอาตัวรอดกรณี น้ำป่า น้ำท่วม ติดถ้ำ ภาคอีสาน เรียนรู้การว่ายน้ำ น้ำท่วม ภาคใต้ เรียนรู้เกี่ยวกับวาตภัย สึนามิ การใช้ชูชีพ การลอยคอในทะเล ภาคกลางและกรุงเทพ เรียนรู้เกี่ยวภัยที่เกิดจากน้ำท่วม การติดอยู่ในรถไฟใต้ดิน รถไฟฟ้า ติดในลิฟท์ การเอาตัวรอดเพื่อเกิดไฟไหม้ในตึกสูง เป็นต้น

 “กระทรวงศึกษาธิการและคนไทย ต้องไม่ให้เหตุการณ์การค้นหา การช่วยชีวิต และการเอาตัวรอดของเด็กในถ้ำหลวง ให้ผ่านเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะทุกวันนี้มีภัยพิบัติเกิดขึ้นมากมาย จึงต้องสอนให้เด็กไทยทุกคนได้เรียนรู้ทักษะการเอาชีวิตรอด หากเราปล่อยให้เด็กเรียนหนังสืออย่างเดียวก็จะเอาชีวิตไม่รอดเมื่อเจอภัยพิบัติ นอกจากนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นในถ้ำหลวง จะเห็นว่าประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน สหรัฐ นำไปสอนเด็กๆ ของเขาแล้ว แต่ประเทศไทยยังเงียบมาก ซึ่งถึงเวลาที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ควรทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 84