อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563

สพฐ.เร่งวางแนวทางเด็กซ้ำชั้น

"การุณ"วิเคราะห์ข้อมูลตกซ้ำชั้น ย้ำถ้าไม่ไหวจริงต้องให้ซ้ำชั้น เชื่อถ้าฝืนปล่อยเลื่อนชั้นจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมเด็ก จันทร์ที่ 18 มกราคม 2559 เวลา 04.54 น.

วันนี้ (18 ม.ค.) นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้านโยบายการตกซ้ำชั้น ว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังวิเคราะห์การตกซ้ำชั้น โดยศึกษาข้อมูลว่าจะกระทบต่อจิตใจของเด็กอย่างไร ในขณะเดียวกันก็ต้องวิเคราะห์ด้วยว่า หากเด็กพื้นฐานไม่แน่นแล้วปล่อยไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นจะมีผลกระทบต่อตัวเด็กหรือไม่  ทั้งนี้  สพฐ.ได้จัดทำแนวทางในการตกซ้ำชั้น เพื่อเสนอต่อ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ โดยจะเป็นการตกซ้ำชั้นในปีสุดท้ายของช่วงชั้น คือ ช่วงชั้นที่ 1 ระดับชั้น ป.3 ช่วงชั้นที่ 2 ระดับชั้น ป.6 และช่วงชั้นที่ 3 ระดับชั้น ม.3 อย่างไรก็ตามในระหว่างช่วงชั้นเด็กจะยังมีโอกาสแก้ตัวได้ อาทิ เมื่อเข้าเรียน ป.1 เด็กสอบตกก็ยังเปิดโอกาสให้แก้ตัวและเลื่อนชั้นได้ แต่เมื่อถึง ป.3 ยังตกอีกก็คงต้องตัดสินใจให้เด็กเรียนซ้ำชั้น  เพราะถ้าฝืนปล่อยให้เด็กผ่านไปเรียนต่อ ป.4 เท่ากับเป็นการซ้ำเติมเด็ก

“เราให้ความสำคัญกับการซ้ำชั้นตอน ป.3 มาก เพราะเชื่อว่าหากมีการเคี่ยวเข็ญเด็กให้อ่านออกเขียนได้ในช่วงชั้นนี้ พอได้ขึ้นไปในช่วงชั้นที่สูงขึ้น เด็กน่าจะตกน้อยลง อย่างไรก็ตาม สพฐ.ต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบ พร้อมทั้งจะเปิดเวทีสาธารณะรับฟังความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องก่อน เนื่องจากยังมีเสียงทักท้วงอยู่ อย่างไรก็ตามหากมีการนำมาใช้คาดว่าน่าจะเริ่มได้ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559” เลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า นอกจากนี้ตนได้รับข้อมูลว่า ขณะนี้มีนักเรียนร้องเรียนครู หรือผู้บริหารโรงเรียน มีม็อบประท้วงหยุดเรียนเป็นจำนวนมาก และลุกลามถึงเด็กประถมศึกษา ซึ่งบางครั้งเด็กที่มาประท้วงไม่ได้รู้เรื่องด้วย แต่มาเพราะครูอีกฝ่ายให้มา จึงขอฝากให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษา ช่วยดูแลความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในโรงเรียน อย่าให้มีการใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการเดินขบวน เพราะจะทำให้เด็กไม่เข้าใจและเท่ากับเป็นการสร้างความไม่มีเหตุมีผลให้เด็ก



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 468