อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

ชงขึ้นเงินเดือนพนักงานสกสค.

"กำจร" เผย สกสค.ชง ปรับขึ้นเงินเดือนพนักงาน แต่บอร์ดบริหาร สกสค.ยังไม่เห็นชอบ พร้อมแย้มได้หารือนอกรอบ "ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์"หาช่องกฎหมายทวงเงินครูที่ไม่ใช้หนี้เงินกู้ อังคารที่ 28 กรกฎาคม 2558 เวลา 05.58 น.

วันนี้ (28 ก.ค.)รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ ผู้ตรวจราชการ ศธ. ฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ(สกสค.)ได้เสนอขอปรับขึ้นบัญชีเงินเดือนพนักงาน สกสค. ตามที่รัฐบาลได้มีมติปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาโดยที่ประชุมได้ขอให้ สกสค.กลับไปทบทวนรายละเอียดรวมถึงให้ไปศึกษาข้อมูลเงินเดือนขององค์กรที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเช่น  สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.)  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)เป็นต้น เพราะหากขึ้นให้กับพนักงาน สกสค.ก็อาจจะต้องไปดูในส่วนของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และ องค์การค้าของ สกสค.ด้วย

“ขณะนี้ สกสค.มีพนักงานทั่วประเทศ รวม 670 คน เงินเดือนพนักงานแรกเข้าอยู่ที่  17,920บาท อายุงาน 5 ปีขึ้นไปได้รับเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 25,000 บาท อายุงาน 10 ปีขึ้นไป เงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 30,000-40,000 บาท ส่วนระดับผู้อำนวยการสำนักอยู่ที่ประมาณ 80,000 บาท ทั้งนี้บัญชีเงินเดือนดังกล่าวมีการจัดทำมาตั้งแต่บอร์ดชุดเก่า ดังนั้นในหลักการนี้จึงต้องเสนอให้บอร์ดใหม่พิจารณาตามขั้นตอน ซึ่งหากมีข้อมูลเปรียบเทียบแล้วก็อาจจะต้องดูว่า ระดับไหนควรได้รับการปรับเพิ่มเท่าไหร่ เพราะเงินเดือนพนักงาน สกสค.ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว” นพ.กำจรกล่าวและว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้หารือกับ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ฐานะกรรมการกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) ซึ่งจะเข้ามาดูข้อกฎหมายของกองทุนที่อาจจะต้องมีปรับแก้ โดยเฉพาะข้อที่กำหนดให้ เลขาธิการ สกสค.มีอำนาจตั้งคณะกรรมการกองทุนต่าง ๆ ได้เอง โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ สกสค. ขณะเดียวกันตนได้ขอให้ศ.ดร.สุรพลช่วยดูข้อกฎหมายในการติดตามกลุ่มครูที่ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด และต้องใช้เงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯชำระแทนไปถึงกว่า 4,000 ล้านบาทแล้ว



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 704