อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

ปรับเป้าส่งออกโตกระฉูด6-7% จี้นำเข้าตู้เปล่า1.86ล้านตู้

สรท.ไม่สนโควิดปรับเป้าส่งออกโตกระฉูด 6-7% จาก 3-4% เหตุ ศก.โลกฟื้น จี้แก้ปัญหาเดิมๆ แนะนำเข้าตู้เปล่า 1.86 ล้านตู้   พฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 17.35 น.


นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.ได้ปรับคาดการณ์การส่งออกไทยในปี 64 เพิ่มขึ้น 6-7% จากเดิมมองว่า ขยายตัว 3-4% เนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มูลค่าและปริมาณการส่งออกที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการขยายตัวในระดับสูงของสินค้าอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าอุปกรณ์และส่วนประกอบ รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน เช่น เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นจากความเชื่อมั่นต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีผลบังคับใช้ทั่วโลกและการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่รวดเร็วในหลายประเทศ รวมทั้งค่าเงินบาทที่ทรงตัวในกรอบการอ่อนค่า 31-32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ



“ตอนนี้สินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวดีมาก ส่งผลดีต่อการส่งออกในภาพรวม เช่น ยางพารา ขยายตัว 42%, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 30%, พลาสติก  30%, น้ำมันสำเร็จรูป โต 25%, ผลิตภัณฑ์ยาง 23%, เคมีภัณฑ์ 15%, ยานยนต์และชิ้นส่วน 10-15%, สิ่งทอ 8-10%, อิเล็กทรอนิกส์ 7%”

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการส่งออก ยังเป็นปัญหาตู้สินค้าขาดแคลนและอัตราค่าระวางที่ทรงตัวในระดับสูง การระบาดโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลายหลายประเทศ เนื่องด้วยมีการกลับมีการระบาดและการกลายพันธุ์ของไวรัสในประเทศคู่ค้าสำคัญหลายประเทศ เช่น อินเดีย สหภาพยุโรป ที่ยังมีความรุนแรงซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชน รวมถึงแนวโน้มการฟื้นตัวและการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สถานการณ์วัตถุดิบขาดแคลน และสถานการณ์ขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวในกลุ่มแรงงานที่ไม่ต้องมีทักษะ จากผลกระทบของโควิด-19 เป็นอุปสรรคต่อการเข้าออกของแรงงานต่างด้าว

ทั้งนี้ สรท.มีข้อเสนอแนะที่สำคัญ ให้รัฐเร่งแก้ไขปัญหาตู้สินค้าขาดแคลน โดยส่งเสริมสนับสนุนให้นำเข้าตู้เปล่าเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งปีนี้ สรท. คาดว่า ไทย ต้องนำเข้าตู้เปล่าเข้ามาจำนวนทั้งสิ้น 1.86 ล้านตู้ ให้เพียงพอรองรับการส่งออกที่จะพลิกฟื้นกลับมk เร่งแก้ไขปัญหาความแออัดในท่าเรือแหลมฉบัง ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือขนถ่ายสินค้าในท่าเทียบเรือให้เพียงพอต่อความต้องการ เร่งจัดหาแรงงานป้อนเข้าสู่ระบบรองรับการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งต้องการแรงงานต่างด้าวไม่ต่ำกว่า 200,000-300,000 คน โดยอาจใช้รูปแบบขยายเวลาให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ กัมพูชา เมียนมา ลาว ในประเทศมาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องผ่านระบบออนไลน์ มีการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้รับบัตรชมพูหรือใบอนุญาตทำงาน เพิ่มรูปแบบการจ้างงานในลักษณะพาร์ทไทม์จ๊อบ ระยะเวลาการจ้างต้องไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง และรักษาเสถียรภาพของค่าเงินให้อยู่ระหว่าง 31-32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น