อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม 2564

"ไลน์ สติกเกอร์"ช่วยดันยอดขายเสื้อยูนิโคล่ UTme เพิ่ม 300%

ไลน์ ประเทศไทย เผยความสำเร็จ โครงการร่วมกับยูนิโคล่ นำไลน์ สติกเกอร์ ของ ครีเอเตอร์ไทย ทำลายเสื้อ สู่แบรนด์แฟชั่นระดับโลก ยูนิโคล่ ช่วยดันยอดขายเพิ่มกว่า 300% อังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 19.40 น.


นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ ฝ่ายการพาณิชย์ ไลน์ ประเทศไทย กล่าวว่า หลังจาก ไลน์ ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด นำคาแรกเตอร์ในไลน์ สติกเกอร์ ของนักออกแบบ หรือ ครีเอเตอร์ คนไทย จำนวน 23 คาแรกเตอร์ ไปต่อยอดทำลายเสื้อผ้า แบรนด์ยูนิโคล่ ในคอลเลกชั่นยูนิโคล่ UTme นั้น ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมียอดสั่งผลิตเสื้อยูนิโคล่ UTme เพิ่มขึ้นกว่า 300% เทียบกับในช่วงปกติ ที่ไม่ได้มีแคมเปญ ถือเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จของไลน์ สติกเกอร์ ในฐานะเครื่องมือทรงประสิทธิภาพ ที่แบรนด์สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการขายได้
 
“ความร่วมมือระหว่าง ไลน์ สติกเกอร์ และแบรนด์ยูนิโคล่ ถือเป็นโครงการแรกของการต่อยอดคาแรกเตอร์ ไลน์ สติกเกอร์ มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อส่งเสริมให้ผลงานของครีเอเตอร์ที่ได้ออกแบบคาแลกเตอร์ต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักไปใน วงกว้าง และครีเอเตอร์สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการขายสติกเกอร์ไลน์ เพื่อให้สามารถยึดเป็นอาชีพใหม่ ที่มั่นคง ในขณะเดียวกัน โปรเจคท์นี้ก็ได้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้กับคอลเลกชั่นยูนิโคล่ UTme ให้ถูกพูดถึงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นแฟนไลน์ สติกเกอร์ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากด้วย”
 

 
นายนรสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ไลน์ ประเทศไทย มีแผนจะเดินหน้าต่อในการเชื่อมโยงกับหน่วยงาน องค์กรต่างๆ เพื่อ ส่งเสริมอาชีพครีเอเตอร์ให้ไปได้ไกลกว่าเดิม โดยเน้นการยกระดับให้เป็นศิลปินมืออาชีพอีกแขนงหนึ่งที่ได้รับการยอมรับ มีรายได้ และสามารถต่อยอดลายเส้น คาแรกเตอร์ หรือตัวการ์ตูนไปสู่ธุรกิจสินค้าอื่นๆ ได้อีก  

 สำหรับแคมเปญระหว่างไลน์ สติกเกอร์ และ UTme เปิดโอาสให้ลูกค้าสามารถ เลือกลายคาแรกเตอร์สติกเกอร์เดิม และลายพิเศษที่เหล่าครีเอเตอร์วาดขึ้นใหม่ เพื่อพิมพ์ลายต่างๆ บนเสื้อในคอลเลกชั่น UTme ได้โดยเฉพาะ เพื่อสวมใส่สะท้อนความเป็นตัวเองหรือมอบเป็นของขวัญในเทศกาลต่างๆ
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น