อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

"ดีป้า"เดินหน้าดัน 2,600 โครงการขับเคลื่อนศก.ดิจิทัล

“ดีป้า” เดินหน้าผลักดัน 2,646 โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 1,700 ล้านบาท ล่าสุดร่วมมือเอกชน ทำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการเกษตรอัจฉริยะของประเทศไทย หวังช่วยเกษตรกรลดต้นทุนได้ 1,000 ล้านบาท จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564 เวลา 18.10 น.


นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการส่งเสริมและสนับสนุน ครั้งที่ 2/2564 มีมติเห็นชอบเดินหน้า 2,646 โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล อาทิ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ โครงการพัฒนาอุปกรณ์ ไอโฟลท (iFloat) เพื่อช่วยเหลือติดตามการสูญหายและลดการสูญเสียชีวิตจากกิจกรรมทางทะเลของผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดสามเหลี่ยมอันดามัน (กระบี่ ภูเก็ต พังงา) ฯลฯ 

รวมถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมกำลังคนดิจิทัล ทั้งผู้สูงวัย ผู้ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง มากกว่า 3,000 คน ให้สามารถรู้และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในยุคชีวิตวิถีใหม่ (นิวนอร์มัล) ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างอาชีพ จำนวน 6 โครงการ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร อาทิ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฯลฯ นอกจากนี้ ยังดำเนินการพัฒนาคนรองรับอุตสาหกรรมด้านบิ๊กดาต้าและไอโอที ไม่น้อยกว่า 700 คน ผ่าน 8 โครงการ โดยความร่วมมือกับสถาบันไทย-เยอรมัน รวมถึงมหาวิทยาลัยภาครัฐ 

นายณัฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีโครงการส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกร ชุมชน เอสเอ็มอี โรงงาน พ่อค้าแม่ค้า หาบเร่ แผงลอย ตลาดสด มากกว่า 2,629 รายให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในหลากหลายมิติ เช่น เทคโนโลยี ไอโอทีในกระบวนการผลิตและเกษตรอัจฉริยะ โดรน ระบบการจัดการร้านค้า เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแก่ประชาชน ซึ่งคาดโครงการที่ผ่านความเห็นชอบจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 1,700 ล้านบาท



ล่าสุด ดีป้าได้ร่วมได้ร่วมมือกับ บริษัท ซีพีเอส เวเธอร์ จำกัด และบริษัท ซีพีเอส อะกริ จำกัด เพื่อจัดทำโครงการ ซีพีเอส อะกริ : ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการเกษตรอัจฉริยะของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเตือนภัยธรรมชาติ ให้เกษตรกรทราบถึงข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนล่วงหน้าในพื้นที่ของตนเองได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากร วางแผนการเพาะปลูกและการจัดจำหน่ายได้ และยังเป็นการให้บริการในลักษณะของข้อมูลด้านบริการ หรือ ดาต้า แอด อะ เซอร์วิส ให้กับดิจิทัลสตาร์ทอัพสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเอพีไอ นำไปสู่การพัฒนารูปแบบการให้บริการแบบใหม่สำหรับเกษตรกร ตั้งเป้าหมายมีเกษตรกรและประชาชนทั่วไปใช้บริการไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน ในระยะ 3 ปี ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรและสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์ในภาพรวมของประเทศมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น