อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564

"ศักดิ์สยาม" ชี้ล้มประมูลสีส้มเป็นสิทธิที่ รฟม. แจ้งไว้ใน RFP

"ศักดิ์สยาม” ชี้ล้มประมูลสีส้มเป็นสิทธิที่ รฟม. แจ้งไว้ใน RFP ยันเดินหน้าพร้อมเปิดบริการตามเดิม ตะวันออกปี 67 ตะวันตกปี 69 ขณะที่บิ๊กบีทีเอส ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ อังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 17.36 น.


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีที่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ยื่นฟ้องผู้บริหารรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบุคคลที่เกี่ยวข้อง กรณีที่ รฟม.ยกเลิกการประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) วงเงินรวมประมาณ 1.2 แสนล้านบาทว่า การยกเลิกประกวดราคาโครงการดังกล่าว เป็นการยกเลิกตามเงื่อนไขข้อ 12.1 ที่ รฟม.ได้แจ้งสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการประมูลไว้ในเอกสารหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal Document : RFP)
               
นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า การยกเลิกประกวดราคาโครงการนี้ไม่ได้เป็นโครงการแรก ซึ่งหลังจากนี้ถือเป็นหน้าที่ของ รฟม.ที่จะต้องรวบรวมหลักฐานไปชี้แจงต่อศาลปกครอง อย่างไรก็ตาม การเปิดประมูลโครงการดังกล่าวยังคงต้องเดินหน้าก่อสร้าง และเปิดให้บริการตามแผนที่วางไว้ โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทาง 22.5 กม. จะเปิดให้บริการในปี 67 และส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) ระยะทาง 13.4 กม. จะเปิดให้บริการในปี 69

               

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้สอบถามประเด็นดังกล่าวกับ นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บีทีเอสซี ในงานลงนามสัญญาร่วมลงทุน การออกแบบและก่อสร้างงานโยธา การจัดหาระบบรถไฟฟ้า การให้บริการการเดินรถ และซ่อมบำรุง โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ฉบับแก้ไขกรณีโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยาย ช่วงสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี โดยนายสุรพงษ์ กล่าวสั้นๆ ว่า วันนี้มางานรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยาย ไม่ขอตอบเรื่องสายสีส้ม
               
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ รฟม.จะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนก่อสร้างช่วงตะวันตก ติดตั้งจัดหาระบบรถไฟฟ้าทั้งหมด และรับสัมปทานเดินรถตลอดเส้นทาง 35.9 กิโลเมตร (กม.) ระยะเวลา 30 ปี วงเงินรวมประมาณ 1.2 แสนล้านบาท.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น