อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564

กยศ. แจงปมถูกฟ้องแพ่ง ชี้กำลังเร่งจ่ายซื้อทรัพย์คืน

กยศ. ชี้แจงข่าวผู้กู้ยืมยื่นฟ้องคดีแพ่งเรียกคืนทรัพย์สินพร้อมค่าเสียหายจากการถูกยึดทรัพย์ ยันกองทุนอยู่ระหว่างประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อเจรจาหาทางออก โดยสำนักงานทนายความพร้อมช่วยจ่ายซื้อทรัพย์คืน เสาร์ที่ 23 มกราคม 2564 เวลา 12.17 น.


นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยกรณีข่าวนายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยได้พาผู้กู้ยืมยื่นฟ้องคดีแพ่งกับกองทุนและสำนักงานทนายความผู้รับมอบอำนาจสืบทรัพย์บังคับคดี เพื่อเรียกคืนที่ดินเเละบ้านพร้อมค่าเสียหายประมาณ 3,894,000 บาท ที่เกิดจากการถูกบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินและบ้าน ทั้งที่ผู้กู้ชำระหนี้คืนกองทุนก่อนการขายทอดตลาดแล้ว ว่า กองทุนได้ดำเนินคดีกับผู้กู้รายนี้ตั้งแต่ปี 51 เป็นคดีหมายเลขแดงที่ พ.7287/2551 ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้ผู้กู้ยืมชำระหนี้ให้กับกองทุน แต่เนื่องจากผู้กู้ยืมไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา กองทุนจึงมีความจำเป็นต้องยึดทรัพย์บังคับคดีกับผู้กู้ยืม และจากการสืบทรัพย์ไม่พบทรัพย์สินอื่น จึงจำเป็นต้องบังคับคดีกับบ้านและที่ดินแปลงดังกล่าว

ดังนั้น สำนักงานบังคับคดี จึงได้ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ของผู้กู้ยืม จำนวน 4 ครั้ง ในปี 62 แต่ต่อมาผู้กู้ยืมได้เข้ามาชำระหนี้ปิดบัญชีก่อนวันขายทอดตลาดทรัพย์ครั้งที่ 1 ซึ่งกำหนดวันที่ 23 ก.ค.62 กองทุนจึงมีคำสั่งให้สำนักงานทนายความผู้รับมอบอำนาจประสานผู้กู้ยืม เพื่อถอนการยึดทรัพย์ก่อนวันขายทอดตลาดไปแล้ว พร้อมกับนัดหมายกับผู้กู้ยืม เพื่อถอนการยึดทรัพย์และบังคับคดี แต่เนื่องจากไม่สามารถนัดหมายวันที่ตรงกันได้ จึงตกลงกันว่าสำนักงานทนายความจะจัดทำหนังสือมอบอำนาจถอนการยึดทรัพย์และบังคับคดีให้กับผู้กู้ยืม เพื่อไปดำเนินการยื่นเรื่องที่สำนักงานบังคับคดีด้วยตนเองตามวันที่ผู้กู้ยืมสะดวก

ทั้งนี้ สำนักงานทนายความ จึงได้ทำใบมอบฉันทะและคำแถลงถอนการยึดทรัพย์บังคับคดีส่งให้ผู้กู้ยืมทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (อีเอ็มเอส) ไปที่จังหวัดสมุทรสงครามตามที่ผู้กู้ยืมแจ้งไว้ และได้ประสานงานกับทางผู้กู้ยืมด้วยระบบการสื่อสารทางไลน์ ซึ่งมีผู้รับไปรษณีย์เป็นที่เรียบร้อย สำนักงานทนายความจึงเข้าใจว่าผู้กู้ยืมได้รับเอกสารและไปดำเนินการขอถอนการยึดทรัพย์แล้ว แต่ต่อมาภายหลังทราบว่าผู้กู้ยืมไม่ได้ไปดำเนินการยื่นถอนการยึดทรัพย์ฯ ทำให้สำนักงานบังคับคดีจึงได้ขายทอดตลาดทรัพย์ออกไป

นายชัยณรงค์ กล่าวว่า จากนั้นเมื่อผู้กู้ยืมทราบว่าทรัพย์ถูกขายทอดตลาดแล้ว จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนการขายทรัพย์ดังกล่าว เมื่อประมาณเดือนส.ค. 62 แต่ศาลสั่งให้ยกคำร้องของผู้กู้ยืม ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ก.ค.63 ผู้กู้ยืมได้มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมที่กองทุน ซึ่งกองทุนได้ประสานงานกับสำนักงานทนายความผู้รับมอบอำนาจ ผู้กู้ยืม ผู้ซื้อทรัพย์ และหุ้นส่วนของผู้ซื้อทรัพย์ มาเจรจาเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา โดยมีแนวทางให้ความช่วยเหลือหลายแนวทาง รวมทั้งการซื้อบ้านและที่ดินคืนจากผู้ซื้อทรัพย์ ซึ่งทางสำนักงานทนายความยินดีที่จะร่วมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะยังมีเงินค่าขายทอดตลาดทรัพย์ประมาณ 1.6 ล้านบาท อยู่ที่สำนักงานบังคับคดีด้วย

“กองทุนขอยืนยันว่ากองทุนเป็นหน่วยงานของรัฐที่ให้โอกาสทางการศึกษาและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้กู้ยืมเงินที่ขาดโอกาสมาอย่างต่อเนื่อง กองทุนต้องขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจะดูแลเรื่องนี้ให้ได้ข้อยุติร่วมกันอย่างดีที่สุด”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    40%
  • ไม่เห็นด้วย
    60%

ความคิดเห็น