อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564

"ศักดิ์สยาม" สั่งคุมเข้มรถขนอ้อยชุ่ยบนทางหลวงเสี่ยงไม่ปลอดภัย

“ศักดิ์สยาม” สั่งคุมเข้มรถบรรทุกอ้อยชุ่ยบนถนนทางหลวงเสี่ยงอุบัติเหตุ หลังถูกแฉลงโซเชียล เผยสถิติจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินปี 63 พบกระทำผิด 2,796 คัน ชี้บทลงโทษตามกฎหมายทางหลวงทำอ้อยกหล่นบนถนนจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564 เวลา 17.35 น.


ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมทางหลวง (ทล.) แจ้งว่า จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัว โพสต์ข้อความ ระบุว่า ขณะขับรถอยู่บนทางหลวงหมายเลข 3395 ที่บริเวณบ้านหนองยาง ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว โดยขับรถตามหลังรถบรรทุกอ้อยซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็ว และได้เกิดเหตุอ้อยร่วงหล่นจนต้องเบรกกะทันหัน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ จนทำให้เป็นข่าวทางสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้น สำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ ได้เร่งดำเนินการจัดชุดตรวจสอบน้ำหนักเคลื่อนที่หน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.) 3 หน่วย และหน่วยตรวจสอบน้ำหนักเคลื่อนที่ในพื้นที่ใกล้เคียง รวม 10 สถานีฯ เข้าดำเนินการลงพื้นที่จับกุมรถบรรทุกอ้อยน้ำหนักเกินในพื้นที่ จ.สระแก้ว โดยทันที

ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พร้อมสั่งการสถานีตรวจสอบน้ำหนักทั่วประเทศให้เข้มงวดกวดขันจับกุมรถบรรทุกอ้อยน้ำหนักเกิน อีกทั้งได้จัดตั้งจุดตรวจสอบรถบรรทุกน้ำหนักเกินในพื้นที่ร้องเรียนดังกล่าวที่ จ.สระแก้ว ช่วงวันที่ 21-22 ม.ค.64 จับกุมรถบรรทุกอ้อยน้ำหนักเกิน รวมทั้งสิ้น 5 คัน พร้อมแจ้งให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกอ้อย โรงงานน้ำตาล บรรทุกอ้อยตามกฎหมายกำหนด และปฏิบัติตามมาตรการ ขนส่งอ้อยโดยปลอดภัยกับผู้ใช้ทางหลวง ขณะเดียวกันสำหรับสถิติการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินในปีงบประมาณ 63 พบว่ามี 2,796 คัน



ทั้งนี้การกระทำรถบรรทุกอ้อยหล่นบนถนนทางหลวงถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.ทางหลวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549 ซึ่งกำหนดไว้ว่าผู้ใดทำการทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล น้ำเสีย น้ำโสโครก เศษหิน ดิน ทราย หรือสิ่งอื่นใดในเขตทางหลวง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เป็นเหตุให้ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล เศษหิน ดิน ทราย หรือสิ่งอื่นใด ตกหล่นบนทางจราจรหรือไหล่ทาง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนกรณีหากบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และขอให้ผู้ประกอบการหยุดการกระทำดังกล่าว เพราะจะส่งผลต่อความปลอดภัย และทำให้เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ใช้เส้นทางได้ นอกจากนี้ขอความร่วมมือประชาชนและผู้ใช้เส้นทางช่วยกันสอดส่องดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน หากพบเห็นการกระทำดังกล่าว โปรดแจ้งสายด่วนกรมทางหลวง 1586 กด 5

 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น