อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

วิริยะฯ จัดปฏิบัติการกู้-ซ่อมรถยนต์เจอน้ำท่วมภาคใต้

วิริยะประกันภัย ลุยปฏิบัติการ FIRST AID รุดกู้และซ่อมรถยนต์ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ที่เจอน้ำท่วม ประเมินเบื้องต้นมีรถเอาประกันภัยไว้กับบริษัทฯ เกือบ 150 คัน ความเสียหายรวมกว่า 20 ล้านบาท พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563 เวลา 19.54 น.


นายประสิทธิ์ สุนะชูแสง ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 5 (ภาคใต้) บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด บริษัทวิริยะประกันภัย มีการรับประกันภัยเอาไว้ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ และคาดว่าน่าจะประสบภัยน้ำท่วมไม่ต่ำกว่า 200 คัน โดยจากข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากผู้เอาประกันภัยตามรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนในพื้นที่ ณ วันที่ 3 ธันวาคม 2563 เวลา 17.00 น. มีรถยนต์ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 135 คัน

สำหรับจังหวัดที่มีรถยนต์ประสบภัยน้ำท่วมมากที่สุด คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช 102 คัน รองลงมา คือ จังหวัดสงขลา 18 คัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 9 คัน จังหวัดพัทลุง 4 คัน และจังหวัดปัตตานี 2 คัน ประเมินความเสียหายเบื้องต้นรวมเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท



ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมจำนวนมาก ด้วยการนำโมเดล “ปฏิบัติการ FIRST AID” เป็นระบบ เพื่อดำเนินการกู้และซ่อมแซมรักษารถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม โดยใช้ความรวดเร็วในการเข้าไปยังพื้นที่น้ำท่วมเพื่อฟื้นฟูหรือซ่อมแซม นำรถยนต์ออกจากน้ำให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ความเสียหายขยายตัวไปมากกว่าเดิม โดยจำแนกระดับความเสียหายโดยตรวจสอบระดับน้ำสูงสุดที่ท่วมตัว ได้แก่ ระดับน้ำ A-B สูงถึงพื้นรถยนต์ แต่ไม่ถึงเบาะนั่ง ระดับ B-C สูงถึงเบาะนั่ง และระดับน้ำ C-D สูงเกินกว่าเครื่องยนต์ไปจนถึงหลังคารถ เนื่องจากปริมาณน้ำในระดับที่ต่างกัน จะมีผลต่อชิ้นส่วนที่ต้องตรวจสอบ และทำความสะอาดด้วย

ส่วนขั้นตอนการทำงานจะเหมือนกับไลน์ผลิตรถยนต์ ในขณะที่การประเมินความเสียหายที่ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของการเคลมประกันภัย ทั้ง การตรวจสอบหลักฐานว่าอยู่ในเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยครบถ้วนเพียงใด จะเป็นเรื่องที่ดำเนินการในภายหลัง หรืออย่างน้อยๆ ต้องผ่าน 2 ขั้นตอนแรกไปก่อน คือการนำเอารถออกจากพื้นที่น้ำท่วมและการเปลี่ยนถ่ายระบบน้ำมันหล่อลื่นภายใน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น