อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

คุมเข้มควันดำ "เรือคลองแสนแสบ" แก้ฝุ่นพิษ

คุมเข้มตรวจวัดค่าควันดำเรือคลองแสนแสบ 72 ลำ พ่วงตรวจค่าเสียงห้ามเกิน ช่วยลดปัญหาฝุ่นพิษ ระบุอนาคตเล็งเปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซลมาใช้ไฟฟ้าแทน แก้ปัญหาถาวร   พุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.29 น.


นายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเดินเรือคลองแสนแสบ เส้นทางวัดศรีบุญเรือง-สะพานผ่านฟ้าลีลาศ เปิดเผยว่า ได้เตรียมมาตรการป้องกันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยกรมเจ้าท่าจะเข้ามาดำเนินการตรวจวัดค่าควันดำเรือคลองแสนแสบที่มีทั้งหมด 72 ลำ แต่ให้บริการจริงประมาณ 60-65 ลำต่อวัน เพื่อไม่ให้เกินค่ามาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนดที่ไม่เกิน 45% โดยกรมเจ้าท่าจะตรวจทุก 15 วัน หากพบว่ามีค่าควันดำเกินมาตรฐานกำหนดจะต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขก่อนจะนำมาให้บริการผู้โดยสารต่อไป  

นายเชาวลิต กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังคุมเข้มการลดความเร็วในการเดินเรือ แบ่งเป็นสายนอก ช่วงท่าเรือวัดศรีบุญเรือง-ประตูน้ำ กำหนดให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 28 กม.ต่อชม. และ สายใน ช่วงประตูน้ำ-สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ความเร็วไม่เกิน 22 กม.ต่อชม. ทั้งนี้กรมเจ้าท่าจะตรวจวัดค่าระดับเสียงของเรือทุก 15 วันเช่นกัน โดยกรมควบคุมมลพิษกำหนดให้มาตรฐานระดับเสียงของเรือต้องไม่เกิน 100 เดซิเบลเอ รวมทั้งให้ทำความสะอาดท่าเรือทุกท่าให้สะอาด พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นได้ และให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการประมาณ 30,000 คนต่อวัน ได้มีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น  

นายเชาวลิต กล่าวอีกว่า ส่วนอนาคตเรือคลองแสนแสบมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเครื่องยนต์เรือจากปัจจุบันที่ใช้ระบบดีเซล มาเป็นไฟฟ้าด้วย เมื่อประเทศไทยมีความพร้อมสามารถผลิตแบตเตอรี่ใช้เอง รวมทั้งมีสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าหรือชาร์จแบตเรือรองรับการดำเนินการดังกล่าว ขณะนี้บริษัทได้ทยอยปรับปรุงเรือโดยสารคลองแสนใหม่ โดยเปลี่ยนมาใช้วัสดุจากโลหะเหล็กและอะลูมิเนียมแทน จากเดิมเรือจะใช้วัสดุไม้ตะเคียนในการต่อเรือ ซึ่งปัจุจบันได้เปลี่ยนเรือจากไม้ตะเคียนมาเป็นเรือโลหะเหล็กแล้วทั้งหมด 4 ลำ และ ในปี 64 จะเริ่มเปลี่ยนเรือจากไม้มาเป็นอะลูมิเนียม ซึ่งการเปลี่ยนวัสดุเรือครั้งนี้จะง่ายต่อการดำเนินการเปลี่ยนเครื่องยนต์จากระบบดีเซลมาเป็นระบบไฟฟ้าด้วย  

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น