อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

"สุพัฒนพงษ์" นัดถกแผนกระตุ้นท่องเที่ยวไทย

รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ นัด ททท. หารือแนวทางส่งเสริมกระตุ้นการท่องเที่ยว รวมทั้งปลดล็อกปัญหาและอุปสรรคด้านการท่องเที่ยวด้านต่างๆ ซึ่งข้อสรุปที่ได้จะเสนอให้ศูนย์ศบศ. ครั้งหน้า ไฟเขียว ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563 เวลา 17.01 น.


นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในช่วงเย็นวันนี้ (30 ต.ค.) นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ได้เชิญ ททท. เข้ามาหารือเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมภาคท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นการเดินทางทั้งตลาดในและต่างประเทศ รวมทั้งปลดล็อกปัญหาและอุปสรรคด้านการท่องเที่ยวด้านต่างๆ ซึ่งข้อสรุปที่ได้จะเสนอให้ศูนย์ ศบศ. ครั้งหน้า พิจารณาเห็นชอบ

สำหรับแนวทางเบื้องต้นที่จะหารือมี 3 เรื่อง คือ 1. ให้ ททท.ร่วมกับการบินไทย สมาคมโรงแรมไทย และสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว จัดทำแพ็กเกจท่องเที่ยว 3 รูปแบบ ครอบคลุมแบบวันเดย์ทริป เดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางโดยเครื่องบิน เพื่อนำเสนอต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังครบกำหนดกักตัว 14 วันในไทยให้กระจายไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ในต่างจังหวัด  

2. ปลดล็อกเงื่อนไขโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ม.ค.นี้ เพื่อกระตุ้นกระแสการเดินทางและยอดการใช้สิทธิจองห้องพักให้ถึงเป้าหมาย 5 ล้านคืน โดยอาจเปิดให้โรงแรมที่อยู่ในฐานข้อมูลภาษีของกรมสรรพากรสามารถเข้าร่วมโครงการฯ ได้ ไม่จำกัดเฉพาะโรงแรมที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการเท่านั้น, ผู้ลงทะเบียนสามารถใช้สิทธิตั๋วเครื่องบิน ได้รับส่วนลดทันที 40% ในขั้นตอนการจองตั๋วเครื่องบินได้เลย เหมือนกับขั้นตอนการจองห้องพักที่เข้าร่วมโครงการฯ ไม่ต้องยื่นเรื่องขอคืนเงินภายหลัง

เช่นเดียวกับแพ็กเกจทัวร์มาเสนอขายผ่านโครงการฯ โดยทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) ได้ผลักดันโครงการย่อย ชวนผู้สูงวัย เที่ยววันธรรมดาผ่านทัวร์ ใช้เงินของโครงการเราเที่ยวด้วยกันซึ่งปัจจุบันเหลือเงิน 1 หมื่นล้านบาท พร้อมทั้งเพิ่มการเสนอขายบัตรกำนัลของโรงแรมแก่ผู้ลงทะเบียนโครงการ และปรับวิธีการและลดขั้นตอนการใช้สิทธิโครงการฯ ให้ง่ายขึ้น และ 3. ททท.จะร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมนิทรรศการ (ทีเส็บ) ออกแพ็กเกจใหม่สนับสนุนการจัดประชุมสัมมนาของภาครัฐ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 7