อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563

"วีรศักดิ์" เล็งปั้นสินค้าโคเนื้อ-เกษตรอินทรีย์ เชื่อมมหาวิทยาลัย

‘วีรศักดิ์’ ปลื้ม! สินค้าโคเนื้อ-เกษตรอินทรีย์ไทยเนื้อหอม หนุนเกษตรกรอุบลฯ ใช้เอฟทีเอส่งออกไปตลาดโลก อาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 13.10 น.

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 - 27 กันยายน ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อติดตามงานตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ที่เน้นพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ให้เข้มแข็ง สามารถผลิตและจำหน่ายสินค้าทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และหารือกับผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจากการเข้าร่วมโครงการกับศูนย์ฯ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปและอาหาร ที่สามารถจำหน่ายในตลาดอีสานใต้ได้ในราคาที่เพิ่มขึ้น
 
นายวีรศักดิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ยังได้ร่วมหารือกับเกษตรกรโคเนื้อ และเยี่ยมชมศักยภาพของฟาร์มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มโคเนื้อคูเมือง อำเภอวารินชำราบ โดยได้สร้างความมั่นใจว่าอุตสาหกรรมโคเนื้อเป็นแหล่งอาหารสำคัญของโลก ซึ่งอุบลราชธานีเป็นแหล่งเลี้ยงโคเนื้อ มากกว่า 300,000 ตัว และส่งออกไปตลาดสำคัญอย่างเวียดนามและกัมพูชา พร้อมทั้งแนะนำให้เน้นการผลิตอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ สร้างแปลงหญ้าหรือพืชอาหารชนิดอื่นเป็นของตนเอง เพื่อลดต้นทุนและสามารถควบคุมคุณภาพได้
 
นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมศักยภาพของวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์โนนกลาง อำเภอสำโรง ซึ่งเป็นต้นแบบของการรวมกลุ่มเพาะปลูกเกษตรอินทรีย์ มีผลผลิตหลากหลายชนิด เช่น ว่านหางจระเข้ ผักบุ้ง กวางตุ้งฮ่องเต้ สลัดใบแดง และคะน้า เป็นต้น โดยปัจจุบันสินค้าเกษตรอินทรีย์เป็นที่ต้องการของตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อว่าความเข้มแข็งของสินค้าเกษตร จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่ให้ดีขึ้น
 
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เสริมว่า กรมฯ ร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ ดำเนินโครงการ “เพิ่มศักยภาพเกษตรกรในยุคการค้าเสรี” อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อมุ่งเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี 13 ฉบับ ส่งออกไปตลาดคู่เอฟทีเอ 18 ประเทศ เช่น อาเซียน จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ได้ลดภาษีนำเข้าให้ไทยเหลือร้อยละ 0 เกือบทั้งหมด ยกเว้นอินเดีย คงเก็บภาษีนำเข้าร้อยละ 30 ประกอบกับสินค้าโคเนื้อและเกษตรอินทรีย์เป็นที่ต้องการของตลาดโลก จึงเป็นข้อได้เปรียบของไทยในการแข่งขันทางการค้า
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%