อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 28 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 28 กันยายน 2563

'อัยการ'ชี้ไม่มีกม.บัญญัติ-สิ้นเปลือง ปมถอนใบขับขี่ตลอดชีพ

"ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล" เห็นแย้งแนวคิด "การขนส่งทางบก" เรียกสอบใบขับขี่ใหม่จากผู้ได้ใบขับขี่ตลอดชีพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุถ้าร่างกายไม่พร้อมจะเพิกถอนใบขับขี่ทันที ลั่นไม่มีกฎหมายรองรับ อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563 เวลา 07.58 น.


กรณี นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ให้ข่าวทำนองว่า กรมการขนส่งทางบกมีโครงการที่จะให้ผู้ถือใบอนุญาตขับรถแบบตลอดชีพที่เป็นผู้สูงอายุ ทำการทดสอบสมรรถภาพความพร้อมในการขับขี่ เนื่องจากผู้ขับรถที่สูงอายุอาจมีสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมในการขับรถ และที่ผ่านมามีอุบัติเหตุหลายครั้งเกิดขึ้นจากผู้สูงอายุที่มีใบอนุญาตขับรถแบบตลอดชีพ และอาจมีการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพของผู้สูงอายุที่สภาพร่างกายไม่พร้อมในการขับรถ ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 1 ล้านคน 

เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ให้ความเห็นทางวิชาการผ่านทางเฟซบุ๊ก "Thanakrit Vorathanatchakul" ว่า การเพิกถอนใบอนุญาตขับรถด้วยเหตุที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถมีสภาพสังขารร่างกายที่เสื่อมลงจากเหตุสูงอายุนั้น ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้กระทำได้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 46 มาตรา 47 และมาตรา 49 ไม่ได้กำหนดให้การที่สภาพร่างกายเสื่อมลงด้วยเหตุสูงอายุ เป็นเหตุให้ถือว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามสำหรับการมีใบอนุญาตขับรถ โดย พ.ร.บ.รถยนต์ บัญญัติถึงกรณีสภาพร่างกายที่ทำให้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม ในการมีใบอนุญาตขับรถประเภทต่าง ๆ ไว้ เช่น มีร่างกายพิการจนเห็นว่าไม่สามารถขับรถได้ มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน เป็นผู้มีโรคติดต่อน่ารังเกียจตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ไม่รวมถึงกรณีสภาพร่างกายเสื่อมลงด้วยเหตุสูงอายุด้วย

2. การจะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 53 วรรคสอง เพื่อเรียกผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถมาตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้าม ต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถประเภทนั้น ๆ ดังนั้น จึงต้องปรากฏเหตุที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายบัญญัติเสียก่อน แล้วจึงจะเรียกบุคคลนั้น ๆ เป็นรายบุคคลมาตรวจสอบได้ ไม่ใช่จะสามารถเรียกทุกๆคนมาสุ่มตรวจแบบเหมาเข่งทั้งหมดได้

เช่น การกำหนดเกณฑ์ว่าคนที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป ทุกคนต้องมาทดสอบสมรรถภาพในการขับรถ เพื่อค้นหาและตรวจสอบว่าใครที่ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามบ้าง โดยเชื่อว่าคนที่อายุ 70 ปีขึ้นไปอาจมีสภาพร่างกายไม่พร้อมในการขับรถ การกำหนดเช่นนี้ไม่สามารถทำได้ตามกฎหมาย เพราะยังไม่ปรากฏเหตุที่ทำให้เชื่อได้ว่าบุคคลที่อายุ 70 ปี ขึ้นไปทุกคนมีสภาพร่างกายไม่พร้อมที่จะขับรถได้ และคนที่อายุ 70 ปี ขึ้นไป ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีสภาพร่างกายที่ไม่สามารถขับรถได้

การจะเรียกบุคคลอายุ 70 ปี ขึ้นไปมาทำการทดสอบสมรรถภาพการขับรถ จึงจะต้องมีเหตุที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ขับรถรายนั้นขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายบัญญัติเสียก่อน ถึงจะสามารถเรียกบุคคลนั้นมาตรวจสอบได้ตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลไป และที่สำคัญ คือ ตามที่กล่าวไปแล้ว การที่สภาพร่างกายเสื่อมลงด้วยเหตุสูงอายุ ไม่ถือเป็นการขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามที่จะมีใบอนุญาตขับรถตาม พ.ร.บ. รถยนต์ ดังนั้น จะมาใช้เหตุสภาพร่างกายเสื่อมลงด้วยเหตุสูงอายุ เพื่อเรียกบุคคลใดมาตรวจคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายด้วยการทดสอบสมรรถภาพการขับรถ เพื่อพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ของบุคคลนั้นไม่ได้ และยังเป็นการสร้างผลกระทบและภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนจำนวนมากอีกด้วย

การที่กรมการขนส่งทางบกมีแนวความคิดที่จะลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ผมเชื่อว่าทุกคนเห็นด้วย แต่ควรตรวจสอบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยว่า สาเหตุหลักเกิดจากเรื่องใด ขับรถเร็ว ขับรถประมาท ดื่มสุราเสพของมึนเมาขณะขับรถ บทลงโทษตามกฎหมายไม่เหมาะสม มีบทลงโทษที่เบาเกินไปหรือว่ามีสาเหตุจากเรื่องใด แล้วเร่งรีบดำเนินการพิจารณาแก้ไขสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุจากเหตุนั้น จะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องเหมาะสมและได้ผลในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้มากกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จวกขนส่งฯไม่มีงานทำหรือ ใบขับขี่ตลอดชีพ-หนักหัวใคร

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%

บอกต่อ : 54