อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

พาณิชย์กระตุ้นเกษตรกร ปลูกไม้ยืนต้นค้ำประกันเงินกู้

พาณิชย์จับมือธ.ก.ส.  กระตุ้นเกษตรกรปลูกไม้ยืนต้นบนที่ดินใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันขอสินเชื่อหวังต่อยอดธุรกิจ-ใช้สอยในชีวิตประจำวัน อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563 เวลา 12.13 น.


น.ส.ปัทมาวดี บุญโญภาส รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ จ.อุทัยธานี ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่า    ได้ชี้แจงถึงนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการผลักดันให้เกษตรกรปลูกไม้ยืนต้นบนที่ดินของตนเอง และนำไม้ยืนต้นนั้นมาเป็นหลักประกันการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เพื่อนำไปต่อยอดทำการเกษตรหรือใช้สอยในชีวิตประจำวัน 

ทั้งนี้เป็นการช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ซึ่งเกษตรกรบ้านหนองจิกให้ความสนใจปลูกไม้ยืนต้นบนที่ดินของตนเอง โดยเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้พื้นที่การเกษตรในรูปแบบผสมผสาน คือ การปลูกไม้ยืนต้นสลับกับการปลูกพืชผักสวนครัว โดยมีการแบ่งพื้นที่การเพาะปลูกที่ชัดเจน ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จากพื้นที่เกษตรกรรมอย่างคุ้มค่า



นอกจากนี้ กรมฯ ได้นะนำการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ในชุมชนให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูปให้มีความทันสมัยตรงความต้องการของตลาด พร้อมบรรจุภัณฑ์ที่มีความสวยงาม รวมถึง การจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

โดยกรมฯ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยพัฒนาสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึง อบรมการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยหลังจากที่ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว กรมฯ พร้อมประสานผู้แทนจำหน่าย ซัพพลายเออร์ และผู้แทนห้างสรรพสินค้าที่เป็นพันธมิตรกับกรมฯ มาคัดสรรสินค้าเพื่อขึ้นจำหน่ายบนศูนย์การค้า โมเดิร์นเทรด สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ฯลฯ และผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้น
 
นายอดิเรก วงษ์คงคำ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาชนบท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าว ปัจจุบันมีชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 6,848 ชุมชน โดยส่งเสริมให้มีการปลูกไม้ยืนต้นเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 2 ล้านต้นต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปปลูกไม้ยืนต้นบนที่ดินของตนเอง

อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ครั้งนี้ กรมฯ ธ.ก.ส. และกรรมการธนาคารต้นไม้ ได้ร่วมกันตรวจวัดและประเมินมูลค่าไม้ยืนต้นของเกษตรกรที่แสดงความประสงค์ขอใช้ไม้ยืนต้นเป็นหลักประกันทางธุรกิจ และ ธ.ก.ส.ได้ มอบวงเงินสินเชื่อแก่เกษตรกร จำนวน 2 ราย วงเงินสินเชื่อรวม 520,437  บาท

โดยได้นำไม้ยืนต้นมาเป็นหลักประกันจำนวนรวม 30 ต้น ได้แก่ ยาง 23 ต้น แดง 1 ต้น ประดู่ป่า 1 ต้น มะหาด 1 ต้น รกฟ้า 1 ต้น เสลา 1 ต้น และ พะยอม 2 ต้น และเตรียมลงพื้นที่จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพิษณุโลกเร็ว ๆ นี้  ทั้งนี้ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย.63) มีผู้ขอนำไม้ยืนต้นมาจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจแล้ว จำนวน 105,381 ต้น มูลค่ารวม 131 ล้านบาท 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%