อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

ผงะ!หนี้ครัวเรือนไทยปีนี้ จ่อสูงสุดในรอบ18ปี

ผงะ!หนี้ครัวเรือนไทยปีนี้จ่อทะลุ 88-90% สูงสุดในรอบ18ปี แม้ยอดคงค้างจะลดลง แต่เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงมากกว่า อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563 เวลา 16.28 น.


รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนในไตรมาส 1 ปี 63 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าลดลง 3,562 ล้านบาทเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีครึ่ง มาอยู่ที่ 13.479 ล้านล้านบาท เนื่องจากลูกหนี้รายย่อยยังคงมีการชำระคืนหนี้ แต่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพียังขยับขึ้นจาก 79.9% ในไตรมาส 4 ปี 62 มาที่ 80.1% ในไตรมาส 1 ปี 63 สูงสุดในรอบ 4 ปี เพราะเศรษฐกิจชะลอตัวลงมากกว่า

ทำให้คาดทั้งปีนี้หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีจะสูงถึง 88-90% นับเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 18 ปี เพราะเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอและมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งลดภาระผ่อนต่อเดือนและการพักชำระหนี้ จะมีผลทำให้ยอดหนี้ไม่ปรับลดลงตามแนวโน้มเศรษฐกิจ



ทั้งนี้ต้องจับตาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่มีต่อรายได้ และความสามารถในการชำระคืนหนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกหนี้รายย่อยที่ไม่ได้มีรายได้ประจำ กลุ่มลูกหนี้บุคคลซึ่งแต่เดิมมีปัญหาฐานะทางการเงินที่ค่อนข้างเปราะบาง และกลุ่มที่ถูกปรับลดชั่วโมงการทำงาน ซึ่งย่อมจะมีผลทำให้สัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ หรือเอ็นพีแอลในพอร์ตสินเชื่อรายย่อยของระบบธนาคารพาณิชย์มีโอกาสอาจขยับสูงขึ้นกว่าระดับ 3.23% ในไตรมาส 1 ปี 63

ขณะที่การต่ออายุมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย และมาตรการพักหนี้ของสถาบันการเงิน จำนวนคนเข้าร่วมโครงการ และตัวแปรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง คงจะทำให้ยากที่จะประเมินตัวเลขเอ็นพีแอลที่ชัดเจนได้ในขณะนี้



อย่างไรก็ตาม หนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง และยังเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะยังคงเห็นการก่อหนี้ก้อนใหญ่ ทั้งเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยและเช่าซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้นตามแคมเปญที่ผู้ประกอบการผลักดันออกมาเพื่อประคองตลาด สวนทางสัญญาณอ่อนแอของกำลังซื้อภาคครัวเรือนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายๆ ส่วน

ด้านการก่อหนี้เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจที่ขยับสูงขึ้นตอกย้ำว่า ผู้ประกอบการรายเล็กๆ อาจเริ่มเผชิญปัญหาการขาดสภาพคล่องมาตั้งแต่ในช่วงไตรมาสแรกที่เศรษฐกิจชะลอตัว ก่อนหน้าที่จะมีผลกระทบจากโควิด-19 มาซ้ำเติม

“ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ประเด็นหนี้ครัวเรือนที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างอยู่แล้วมีความเปราะบางมากขึ้น โดยเฉพาะสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีที่เพิ่มขึ้นแตะระดับ 80.1% ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา สะท้อนภาคครัวเรือนกำลังรับมือกับปัญหาการหดตัวของรายได้ซึ่งเร็วกว่าการชะลอตัวของการกู้ยืม ทั้งนี้แม้จะตอกย้ำปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไทยกำลังเผชิญ แต่ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงในระยะ 1-2 ปีข้างหน้านี้ ทำให้โจทย์เฉพาะหน้าของทางการและสถาบันการเงิน ยังต้องเน้นไปที่การช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้รายย่อย เพื่อช่วยประคองให้ผ่านพ้นระยะวิกฤตินี้ไปได้ก่อน”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 28