อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

จับตาการเมืองผลัดใบ กระทบเชื่อมั่นหุ้นไทยไตรมาส 3 (คลิป)

"เทิดศักดิ์"มองหุ้นไทยไตรมาส 3 ผันผวนเผชิญสารพัดปัจจัยเสี่ยง ชี้ก้าวพลาดอาจตกหลุมลึก  จับตาการผ่องถ่ายการเมืองในประเทศดึงความเชื่อมั่นมากน้อยแค่ไหนช่วงเศรษฐกิจถดถอย อาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2563 เวลา 17.30 น.


นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส   เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 3 ขยับขึ้นค่อนข้างยาก แรงขับเคลื่อนมาจาก 2 ส่วนคือ fundamental  กับ fund flow   โดยเห็นสัญญาณฟื้นกลับจาก fundamental  หลังจากโควิดเริ่มคลี่คลาย แต่ระดับความไม่มั่นใจยังมีมาก เนื่องจากในหลายประเทศยังเผชิญการแพร่ระบาดซ้ำ โดยเฉพาะในสหรัฐฯและยุโรป  คาดว่าจะเห็นภาพผลกระทบชัดเจนในไตรมาส 4 ปีนี้ 

ทั้งนี้ที่ผ่านมามองข้ามตลาดไปถึงปีหน้า  ซึ่งหากมองไกลความเสี่ยงเพิ่มจากที่มองว่ากระโดดข้ามหลุมหรือปัญหาที่เกิดขึ้นได้   และถ้าประเมินผิดพลาดหากคิดว่าหลุมแคบแต่หากหลุมกว้างก็อาจตกหลุมได้  สำหรับปัญหาหลักคือเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ประกาศจีดีพีไตรมาส 4/62 และไตรมาส  1/63  ติดลบต่อเนื่อง   2 ไตรมาส  ซึ่งทั้งปีติดลบ 5-6%   ขณะที่บล.เอเชียพลัสคาดติดลบ 5.7%  

 นอกจากนี้ต้องติดตามการเมืองเริ่มมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น เพราะสัญญาณส่งถึงการเปลี่ยนแปลงครม.ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย ต้องติดตามการเดินหน้านโยบายและมาตรการต่าง ๆมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน เพราะมีผลต่อตลาด   อย่างไรก็ตาม  ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทจดทะเบียนทำกำไรได้เพียง 30-40%  ของประมาณการปี 63 ที่ประเมินว่าอยู่ที่ 6.8 แสนล้านบาท EPS อยู่ที่ 64 บาทต่อหุ้น  ขณะที่ PER  อยู่ที่ 20.6 เท่า   ดังนั้นในช่วงที่เหลือของปีบริษัทจดทะเบียนจะต้องทำกำไรเกินกว่า 60-70% ของประมาณการ



ส่วนตลาดต่างประเทศปัจจัยที่ติดตามเป็นเรื่องเศรษฐกิจผลพวงจากโควิดทำให้เศรษฐกิจหดตัวรุนแรงและธนาคารกลางโลกต่างใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายและอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบกันเต็มที่ แต่ต้องดูว่าหลังจากใช้นโยบายการเงินและการคลังแล้วจะเห็นการฟื้นตัวได้ดีแค่ไหน   ซึ่งที่น่ากังวลคือทุกแห่งใส่เม็ดเงินกันถ้วนหน้าแล้วหากเกิดการระบาดรอบ 2 มาจะรับมืออย่างไรเป็นเรื่องที่น่ากลัว

ทั้งนี้ในช่วงตลาดผันผวนกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นปันผล แต่ต้องเป็นหุ้นที่สะท้อนภาพลบประมาณการณ์ไปแล้ว  รวมถึงหุ้นปลอดภัยกระจายในหลายตัว เช่น ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust: REIT) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure fund)  กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund)  และหุ้นที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่กระจายในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม และมีการจ่ายปันผล 4%    คาดว่าไตรมาส 3 ดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,270-1,420  จุด 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 42