อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

'กสิกร'วอนลูกค้าบอกหน่อย "เดือดร้อน-จ่ายหนี้ไหวแค่ไหน"

แบงก์กสิกรไทยวอนลูกค้ารับสายบอกหน่อย “เดือดร้อน-ต้องการเงินแค่ไหน หรือจ่ายไหวแค่ไหน” ยันไม่โทรไปขายประกันแน่ ชี้ถ้าใครจ่ายไหวแนะคืนเพราะดอกเบี้ยวิ่งตลอด พฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563 เวลา 13.55 น.


นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารจะเร่งติดต่อลูกค้าเพื่อสอบถามความต้องการให้ช่วยเหลือหลังครบกำหนดพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย โดยใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์หรือดูความจำเป็นของลูกค้าเพื่อนำเสนอความช่วยเหลือที่เหมาะสม ซึ่งต้องขอให้ลูกค้าตอบรับการติดต่อจากธนาคาร

ยืนยันช่วงนี้ไม่โทรไปขายประกัน หรือเอาเงินจากใครแน่นอน เพราะต้องการรู้ว่าใครยังจ่ายไหวอยู่ หรือใครเดือดร้อนจริง ๆ ไม่มีเงินจ่าย และแนะนำหากใครมีกำลังพอขอให้จ่าย เพราะการพักหนี้ ดอกเบี้ยยังเดิน และถ้ามีเงินต้นมาก ก็ขอให้รีบตัดหนี้ก้อนนี้ก่อน หากจ่ายช้าดอกเบี้ยคิดต่อเนื่อง

“หากลูกค้ารายใดมีศักยภาพพอที่จะนำมาชำระคืน ธนาคารก็ยินดี เพราะจะได้นำเงินไปช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลที่เดือดร้อนกว่า ซึ่งหากดูจากเงินฝากกสิกรไทยมี 9.34 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 62 ที่มี 8.27 แสนล้านบาท หรือเติบโต 13% ทำให้เห็นว่าลูกค้ายังมีสภาพคล่องเหลืออยู่และมีกำลังพอที่จะชำระหนี้ได้ แต่อาจไม่รู้ว่า มีเงินตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินออกมาลงทุนอะไรมากกว่า”



สำหรับความช่วยเหลือของกสิกรไทยที่ผ่านมาได้พักหนี้ให้กับลูกค้าบุคคลและธุรกิจรวม 6.5 แสนราย ยอดสินเชื่อคงค้าง 8.28 แสนล้านบาท ส่วนการให้เงินสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อเสริมสภาพคล่อง 9.4 หมื่นราย เป็นเงิน 1.56 แสนล้านบาทในส่วนนี้เป็นลูกค้าธุรกิจ 1.43 แสนล้านบาท สินเชื่อเติบโต 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะเดียวกันกสิกรไทยยังมีโครงการพิเศษเพื่อรักษาการจ้างงานใช้งบ 1,500 ล้านบาท ประกอบด้วย 2 โครงการ คือ เถ้าแก่ใจดี เจ้าหนี้มีใจ และโครงการสินเชื่อ 0% เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี โดยช่วยลูกค้าไปแล้ว 1,144 ล้านบาท รักษาการจ้างพนักงาน 4.9 หมื่นราย

ทั้งนี้ยืนยันว่าการช่วยเหลือทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจจะไม่กระทบต่อธนาคาร โดยเงินกองทุนกสิกรไทยมีอยู่ระดับสูงถึง 3.12 แสนล้านบาทที่ปกติจะเพิ่มตามกำไรหักด้วยเงินปันผล และมีสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน 81% หรือกู้ 100 บาท มีหลักประกัน 120 บาท ซึ่งขอให้ผู้ถือหุ้นไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด แม้หลักประกันจะจำนวนมากกว่าแต่มองว่าไม่รู้จะยึดหลักประกันไปทำอะไร โดยเห็นถึงความสำคัญของวินัยการเงินของลูกค้ามากกว่า

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 33