อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563

นายทุน'สิงคโปร์-จีน'ตาลุกวาว ไล่ฮุบ'รร.ไทย'กดราคา50%

กลุ่มทุนนอกไล่ฮุบกิจการกดราคา 50% ในกระบี่ ภูเก็ต พังงา หาดใหญ่ พัทยา เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ด้านหอการค้าใต้จี้แบงก์ช่วยปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลนหลังลูกค้าชั้นเอและบีไม่ผ่านเกณฑ์เหตุปล่อยให้เฉพาะลูกค้า3เอบวก   พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563 เวลา 06.22 น.


นายวัฒนา  ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ หอการค้าไทย เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากผู้ประกอบการโรงแรมว่าหลายรายได้ติดป้ายประกาศขายกิจการจากก่อนหน้านี้ที่มีบางแห่งได้ขายกิจการไปแล้ว  เนื่องจากประสบปัญหาสภาพคล่องจากสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐ-จีน และ ผลกระทบจากการระบาดไวรัสโควิด-19 

ทั้งในพื้นที่จังหวัดกระบี่,ภูเก็ต,พังงา,อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา, พัทยา จ.ชลบุรี,กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เป็นต้น เบื้องต้นทราบว่ามีกลุ่มทุนจากจีนและสิงคโปร์ เข้ามาต่อรองเพื่อขอลดราคา 30-50%  จากราคาที่ประกาศขาย ซึ่งบางรายก็สามารถเจรจาตกลงกันได้ขณะที่หลายๆรายก็ตกลงราคาซื้อขายไม่ได้เพราะกลุ่มทุนได้กดราคามากเกินไป
 
“ตอนนี้โรงแรมจำนวนมากยังเปิดดำเนินการอยู่แต่ก็ต้องปรับกลยุทธ์คือลดเวลาการทำงานลง เช่น มีพนักงาน 30 วันก็วนกันทำเดือนละ 10 วันสลับกันไป รวมถึงปรับลดราคาโดยโรงแรม 5 ดาวบางแห่งลดราคาจาก5,000-6,000 บาทต่อวันเหลือ1,000-2,000 บาท ส่งผลให้โรงแรมและรีสอร์ทระดับกลางและเล็กๆก็ต้องลดราคาตามลงมาเช่น เหลือคืนละ 500-600 บาทจาก 1,000-1,500 บาท”

 

นายวัฒนา กล่าวว่า  ขณะนี้ธุรกิจเอสเอ็มอีโดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทเข้าถึงสินค้าของธ นาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ที่ ได้จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 5 แสนล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2% ระยะเวลา 2 ปี เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้ยากมาก

เนื่องจากธนาคารพาณิชย์เข้มงวดเกินไป เช่น ทราบว่าในหลายพื้นที่ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดเกรดระดับชั้นลูกค้ากลุ่มโรงแรม เน้นเฉพาะลูกค้าชั้น3เอบวก หากเป็นระดับชั้นบีบวกหรือชั้นเอ ก็ยังไม่ได้รับอนุมัติ ขณะที่ชั้น 3 เอบวกนั้นส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องการสินเชื่อเพิ่มเติมอยู่แล้วเพราะมีสภาพคล่อง


 
“ผมก็ทำธุรกิจโรงแรมประเมินว่าจะอยู่ในชั้น เอบวก ก็ไม่ผ่านเกณฑ์ที่แบงก์พาณิชย์จะปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเช่นกัน  โดยเป็นหนี้กับแบงก์หนึ่ง 12 ล้านบาทตามเกณฑ์ต้องได้รับเงินกู้เพิ่ม 2.4 ล้านบาทซึ่งแบงก์ชาติรับภาระ70% และแบงก์พาณิชย์รับภาระ 30%  ในกรณีที่เกิดปัญหา 

อย่างไรก็ตามผลจากการที่แบงก์พาณิชย์นำเกณฑ์รายได้ในเดือนม.ค.-เม.ย.63 มาเป็นตัวพิจารณาด้วยทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะช่วงดังกล่าวโรงแรมส่วนใหญ่แทบไม่มีรายได้อยู่แล้ว ตอนนี้ทุกคนก็งง  เพราะเชื่อว่าลูกค้าในระดับบีและเอ สามารถฟื้นตัวได้แน่นอนหากได้เงินสภาพคล่องและมีนักท่องเที่ยวเข้ามาปกติ ดังนั้นอยากให้รัฐบาลและธปท.เข้ามาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดทั้งๆที่เป็นนโยบายที่ดี แต่แบงก์เข้มงวดเกินไป”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 40