อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

หุ้นไทยรอดยากเสี่ยงแรงขายมิ.ย.สหรัฐทะเลาะจีนกดดัน(คลิป)

โบรกมองหุ้นไทยเข้าสู่ภาวะ sell in june หลังเดือนพ.ค.ไทยคุมโควิดเจ๋งดัชนีดีดขึ้นแซงเพื่อนบ้าน 37%  เตือนนักลงทุนระวังศึกสหรัฐฯ-จีนปะทุ แนะถือเงินสดเกิน 50%   อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563 เวลา 07.00 น.

 
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. หยวนต้า  เปิดเผยว่า  ตลาดหุ้นไทยในเดือนพ.ค.ไม่เจอภาวะ sell in may  ปกติจากสถิติย้อนหลัง  8 ใน 10 ปี พบว่านักลงทุนจะเทขายเฉลี่ย 3%   แต่ในเดือนพ.ค.ปีนี้ดัชนีกลับตรงกันข้ามปรับขึ้น 3 % เป็นผลมาจากความคาดหวังการคลายล็อกดาวน์ ซึ่งปัจจุบันเข้าสู่เฟส 3 แล้ว  ส่วนเฟส 4 เป็นสถานบันเทิง และสนามมวย โดยไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 

นอกจากนี้มาตรการเงินเยียวยาโครงการเราไม่ทิ้งกันรอบ 2  เดือนพ.ค. ให้กับเกษตรกรและอาชีพอิสระวงเงิน 1.7-1.9 แสนล้านบาท เป็นช่วยสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ รวมถึงการอัดฉีดเงินเม็ดเงินทั่วโลกจากมาตรการการเงินและการคลัง เพื่อพยุงเศรษฐกิจแต่ละประเทศเป็นแรงหนุนดัชนี 

สำหรับตลาดหุ้นในเดือนพ.ค.อยู่บนความคาดหวัง แต่ในเดือนมิ.ย.อยู่ในความระมัดระวัง ตัวเลขผู้ติดเชื้อว่าจะเร่งขึ้นมาเป็น Second Wave หรือการระบาดระลอก 2 หรือไม่ ส่วนปัจจัยที่ติดตามที่สำคัญคือสถานการณ์สหรัฐกับจีนที่เริ่มปะทุ   หลังจากจีนคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่กับฮ่องกง  



ขณะที่สหรัฐฯ จะออกกฏหมายตอบโต้ ถ้าฮ่องกงไม่เป็นอิสระจากจีน และจะคว่ำบาตรธุรกรรมทางการค้ากับฮ่องกง  คาดว่าจะเป็นปัจจัยกดดันดัชนีตลอดเดือนมิ.ย.  เนื่องจากนายโดนัลด์  ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐใช้เป็นประเด็นกดดันจีนก่อนเลือกตั้ง  นอกจากนี้กรณีที่สหรัฐฯ เปิดประเทศ แต่จำนวนผู้ติดเชื้่อไม่ได้ลดลงเป็น sentiment เชิงลบส่วนการเมืองในประเทศยังไม่มีผลกระทบต่อการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ  

" วันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมาหุ้นไทยลงต่ำสุดที่ 969 จุด  และปัจจุบันขึ้นมาแล้ว 37% แรงกว่าปัจจัยพื้นฐานต้องระวัง  ขณะที่ค่าเฉลี่ยภูมิภาคเอเชียปรับขึ้น  25% เนื่องจากไทยคุมโควิดได้ดีกว่า  ขณะที่ผลประกอบการบจ.ไม่ดีนัก และนักวิเคราะห์ได้ปรับลดกำไรลง  20-25% "

ทั้งนี้คาดว่าตลาดหุ้นไทยขึ้นมาต้องพักฐาน  ซึ่งเป็นการชะลอเพื่อปรับขึ้นต่อ เพราะจากสถิติซัพไพร์ม์และน้ำท่วมตลาดหุ้นเข้าสัปดาห์ที่ 13 จะเป็นจังหวะการพักตัว  และคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐวงเงินฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทที่จะประกาศชัดเจนในเดือนก.ค. ทำให้หุ้นตีกลับขึ้นมาได้ใหม่ ดังนั้น นักลงทุนควรชะลอการลงทุนและให้ถือเงินสดเกิน 50% ขึ้นไป  

ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นกระแสเงินสดมั่นคง เช่น โรงไฟฟ้า สื่อสาร ค้าปลีก นิคมอุตสาหกรรม และโรงพยาบาล   ประเมินกรอบแนวรับสัปดาห์หน้าที่ 1,320 จุด แนวต้านที่ 1,350-1355 จุด เคลื่อนไหวไซด์เวย์ดาวน์ 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 39