อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 พฤษภาคม 2563

ล็อคลงทุนหุ้นแข็งแกร่งรับมือศก.ชะลอ-ดอกเบี้ยขาลง(คลิป)

ชี้แนวโน้มหุ้นไทยผันผวนต่อหลังตัวเลขผู้ติดเชื้อสหรัฐพุ่งแซงจีน ขณะที่ธนาคารกลางโลกอัดคิวอีเพิ่มสภาพคล่อง-หั่นดอกเบี้ยพยุงเศรษฐกิจ หลังโควิดพ่นพิษ เผยมี.ค.ต่างชาติเทขายหุ้นไทย 7.4หมื่นล้าน อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563 เวลา 17.00 น.


นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บล. เอเชียพลัส  เปิดเผยว่า    ภาวะตลาดหุ้นไทยในเดือนมี.ค. ดัชนีให้ผลตอบแทนติดลบ 19%  แรงขายหลักมาจากนักลงทุนต่างชาติ  โดย เดือนมี.ค.พบว่า ต่างชาติขายหุ้นไทยมากสุดที่  2.3 พันล้านเหรียญฯ   หรือประมาณ 74,750 ล้านบาท (คิดอัตราแลกเปลี่ยน 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)  ขณะที่ม.ค.-ก.พ.ขายเฉลี่ยเดือนละ  500 ล้านสหรัฐฯ    และหากเทียบตลาดหุ้นไทยกับภูมิภาคต่างชาติก็เทขายเช่นกัน ทั้งตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย  มาเลเซีย ไต้หวันและเกาหลีใต้ 
  
สำหรับสาเหตุที่ตลาดหุ้นไทยถูกเทขายต่อเนื่องมาจาก 3 ประเด็นหลักคือ 1.ความกังวลว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวจากไวรัสโควิดกระทบส่งออก ท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ  2.จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสที่ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 100 รายทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อในไทยเกิน 1,000 ราย  และ 3.การทยอยปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจหรือจีดีพีไทยในปีนี้ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน  รวมถึงการปรับลดอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้น   (Earning per Share หรือ EPS) ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดฯ  



อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายเดือนมี.ค.ดัชนีเริ่มฟื้นตัวได้รับแรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศ เป็นผลมาจากธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดอัดฉีดมาตรการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE)ในวงเงิน “Unlimited : ไม่จำกัด”   และ สภาคองเกรสผ่านร่างงบกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ   วงเงิน 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ  เป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นไทยได้รับ sentiment เชิงบวกจากปัจจัยดังกล่าว

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้าให้น้ำหนัก 3 ประเด็น คือประเด็นต่างประเทศ 1.จำนวนผู้ติดเชื้อนอกจีน โดยเฉพาะยุโรป สหรัฐฯ ถ้าทิศทางการติดเชื้อชะลอตัวลงจะส่งผลดีต่อหุ้นทั่วโลก 2. ติดตามดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ  หลัก ๆ คือ ดัชนี PMI ภาคการผลิตในหลายประเทศ เช่น จีน สหรัฐและยุโรป  3. การรายงานภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) ซึ่งต้องดูว่าตัวเลขจีดีพีในเดือนก.พ.จะออกมาดีหรือไม่

ด้านกลยุทธ์การลงทุนในช่วงเศรษฐกิจโลก  เศรษฐกิจไทยชะลอตัว และมีโอกาสเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย  ( Recession)   ขณะที่ในอนาคตทิศทางดอกเบี้ยโลกขาลง ดังนั้นคาดว่าในกาประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง 0.25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 0.75%  ทำให้คาดการณ์ว่าแนวโน้มดอกเบี้ยต่ำยังอยู่กับการลงทุนจนถึงสิ้นปี 

ดังนั้นการลงทุนในช่วงนี้แบ่งเป็น 2 ธีมคือ   หุ้นที่ทนกับภาวะเศรษฐกิจชะลอและได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยต่ำ  คาดหวังเงินปันผลสูง เช่น CPALL,INTUCH   ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวดัชนีคาดว่าตลาดแกว่งผันผวน ประเมินแนวรับที่ 969 จุด และแนวต้านที่ 1,114 จุด
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 32