อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 มีนาคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 มีนาคม 2563

หุ้นไทยขึ้นต่อนักลงทุนทยอยเข้าเก็บหุ้นร่วงแรงเกินพื้นฐาน

ตลาดหุ้นไทยลดช่วงบวกปิดเขียว 11.93 จุด แรงซื้อนักลงทุนสถาบันในประเทศทยอยเก็บหุ้นพื้นฐานแกร่ง จับตาประกาศตัวเลขภาคการผลิตจีน-สหรัฐฯ-ยุโรป สัปดาห์หน้า ตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลก พฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2563 เวลา 18.15 น.


นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล. เอเซียพลัส   เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ  1,091.96 จุด บวก 11.93 จุด หรือ  1.10 % โดยระหว่างวันเคลื่อนไหวสูงสุดที่ระดับ 1,103.59 จุด และต่ำสุดที่ระดับ 1,072.94 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย  62,344.06 ล้านบาทว่า  ตลาดหุ้นไทยปิดบวก ขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศมีทั้งบวกและลบสลับกันขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละประเทศ เช่น ญี่ปุ่นลบ 4.5% เกาหลีใต้ลบ 1.1% ส่วนหุ้นที่ปิดบวก เช่น ฟิลิปปินส์ 7.4% และอินเดีย 5%  ส่วนดาวโจนส์ฟิวเจอร์สลบ 300 จุด
 

สำหรับตลาดหุ้นไทยวันนี้ฟื้นตัวจากหุ้นในกลุ่มที่ปรับตัวลงแรงไปก่อนหน้านี้ เช่น CRC บวก 9.9%  MINT บวก 12%  รวมถึงธนาคารพาณิชย์ เช่น SCB บวก 5.3% KTB 4.8% KBANK 3.1 %  ส่วนหุ้นที่ปรับตัวลง เช่น BH มีปัจจัยเฉพาะตัวลง 10.5 % หลังจากBDMS แจ้งตลาดฯ ยกเลิกการจัดประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 10 เม.ย. และเลื่อนการเข้าทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข (Conditional Voluntary Tender Offer)  ในหลักทรัพย์ทั้งหมดของ  BH ขณะที่ TU ลง 11.8% เนื่องจากร้านอาหาร เรด ล็อบสเตอร์ ซีฟู้ดในสหรัฐฯได้รับผลกระทบโควิด

ด้านปัจจัยที่ติดตามคือการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษสัปดาห์หน้าคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.1% จากก่อนหน้านี้ลดดอกเบี้ยไปแล้ว 0.7%  รวมถึงตัวเลขภาคการผลิตเดือนมี.ค.ของจีน สหรัฐ และยุโรป  ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นปันผลพื้นฐานแข็งแกร่ง ประเมินกรอบแนวรับพรุ่งนี้ที่ 1,070จุด แนวต้านที่ 1,120 จุด



นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. หยวนต้า  กล่าวว่า   ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับขึ้น 20 จุด แต่ช่วงบ่ายเริ่มปรับตัวลง เนื่องจากกังวลการปิด 2 กองทุน 'ธนเพิ่มพูน-ธนไพบูลย์'  และแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันทำให้ดัชนีดีดกลับขึ้นมาได้ โดยนักลงทุนสถาบันเข้าซื้อหุ้นไทยสุทธิ  4,464.21  ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 1,949.13 ล้านบาท  นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ  1,949.13 ล้านบาท  บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ  919.16 ล้านบาท

นอกจากนี้ที่ผ่านมาการที่ภาครัฐออกมาตรการเยียวยาภาคธุรกิจและพนักงานที่ตกงานจากไวรัสโควิด  ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)  มาตรการดูแลตลาดพันธบัตรป้องกันคนแห่ถอนหน่วยลงทุนเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดว่าหากมีปัญหาในตลาดทุนภาครัฐพร้อมจะเข้ามาดูแล   ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามคือการแพร่ระบาดโควิดในสหรัฐที่เร่งตัวขึ้นเป็นหมื่นคน  รวมถึงในยุโรป คาดว่าเริ่มเข้าสู่จุดพีคในอีก 1 เดือนข้างหน้าและสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายขึ้นหลังจากที่หลายประเทศเริ่มล็อกดาวน์  

ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นที่ยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นมากนักหรือแลกการ์ด และหุ้นที่ปลอดภัย ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวพรุ่งนี้แนวรับที่ 1,075-1,080จุด แนวต้านที่ 1,100-1,110 จุด
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 20