อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

ตลท.ปรับโครงสร้างใหม่ มีผล 16 มี.ค.นี้

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับโครงสร้างองค์กร หนุนทำงานร่วมพันธมิตรและตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม เพิ่มศักยภาพ ขับเคลื่อนการเติบโต คาดมีผลตั้งแต่ 16 มี.ค.63 นี้ พฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 19.00 น.


นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีมติอนุมัติให้ปรับโครงสร้างการทำงานให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรที่มุ่งเน้นความสำคัญใน 3 ด้าน ได้แก่ ลูกค้าและพันธมิตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุน และการยกระดับประสิทธิภาพ

เพื่อเป้าหมายในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของตลาดทุนไทยในยุคดิจิทัล โดยมุ่งทำงานร่วมกับพันธมิตรในการสร้างการเติบโตไปพร้อมกันทุกภาคส่วน ภายใต้วิสัยทัศน์ “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone” พร้อมมอบหมายหน้าที่แก่ผู้บริหารระดับสูง มีผลตั้งแต่ 16 มีนาคม 2663 เป็นต้นไป
 
โครงสร้างองค์กรที่ถูกออกแบบใหม่ มุ่งเน้นที่ความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ซึ่งทีมผู้บริหารและพนักงานในทุกสายงานจะร่วมกันพัฒนาการทำงานเพื่อดูแลลูกค้าตลอดทั้งกระบวนการ โดยแบ่งงานออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้าน Customers ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลลูกค้า ทั้งบริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนบุคคล และผู้ร่วมตลาดอื่น ๆ ด้าน
 Products & Services ประกอบด้วยหน่วยงานที่ทำหน้าที่ออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สอดรับความต้องการของลูกค้าโดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่ดูแลลูกค้า ด้าน Share Services ครอบคลุมหน่วยงานสนับสนุนที่ทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อบรรลุถึงเป้าหมายขององค์กร
 
“การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้จะเอื้อให้เกิดการทำงานในรูปแบบ End-to-End Process ที่ต่อเชื่อมกันตลอดกระบวนการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานกับพันธมิตรและตอบโจทย์การบริการลูกค้า ขยายโอกาสการทำธุรกิจแบบใหม่ ๆ ที่ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากขึ้น อย่างทันท่วงที ขับเคลื่อนตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มศักยภาพเพื่อรองรับการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นภายใต้บริบทใหม่ตลาดทุน และขณะเดียวกันยังเป็นการส่งเสริมการสร้างบุคลากรและเตรียมความพร้อมสำหรับผู้นำรุ่นใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ”
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%