อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563

กยศ.ไล่หักบัญชีลูกหนี้ ทำงานเอสเอ็มอีอีก4แสนราย

กยศ. ผนึกหอการค้าทั่วประเทศ เดินหน้าหักเงินเดือนลูกจ้าง กลุ่มเอสเอ็มอี โรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยวปีนี้ต่ออีก 4 แสนราย คาดกวาดเงินผ่อนเข้ากองทุนทั้งปีได้ 3.2 หมื่นล้าน พุธที่ 29 มกราคม 2563 เวลา 14.32 น.


นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ในปีนี้ กยศ.ได้ร่วมมือกับหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ เดินหน้ามาตรการหักบัญชีเงินเดือนลูกหนี้ กยศ.กับนายจ้างตรงเพิ่มอีก 4 แสนราย โดยจะเน้นไปกลุ่มลูกหนี้ที่ทำงานในธุรกิจเอสเอ็มอี ที่มีลูกจ้าง 10-20 คน รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมเป็นหลัก เพิ่มเติมจากปีที่แล้วที่เน้นหักบัญชีเงินเดือนลูกหนี้ที่ในหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะช่วยให้ กยศ.ได้รับชำระเบี้ยทั้งปี 63 ได้ถึง 32,000 ล้านบาท

“ปัจจุบันมีกลุ่มลูกหนี้ที่เข้าข่ายที่จะถูกหักบัญชีเงินเดือนกว่า 1.8 ล้านราย และมีนายจ้างที่เกี่ยวข้องกว่า 1 แสนบริษัท ซึ่งที่ผ่านมา กยศ.ได้หักบัญชีเงินเดือนไปแล้วปีแรก 62 ไปแล้วกว่า 4 แสนราย ได้เงินเข้ามา 1 หมื่นล้านบาท และปี 63 ตั้งเป้าหมายหักเพิ่มอีก 4 แสนราย รวมเป็น 8 แสนราย ส่วนที่เหลืออีก 1 ล้านรายคาดว่าจะหักบัญชีเงินเดือนได้ทั้งหมดในปี 64 โดยจะต้องทยอยทำเพราะต้องให้เวลาผู้ประกอบการ นายจ้างปรับตัว เนื่องจากบางรายยังไม่มีการทำบัญชีอย่างถูกต้อง”

สำหรับแผนดำเนินงาน กยศ.ปี 63 ตั้งเป้าหมายจะมียอดปล่อยกู้ให้กับนักเรียน และนักศึกษา ทั้งกลุ่มเก่าและใหม่ประมาณ 26,000 ล้านบาท และมียอดรับชำระหนี้เข้ามา 32,000 ล้านบาท ซึ่งวงเงินกู้ทั้งหมดจะใช้เงินกองทุน กยศ.เองทั้งหมด ไม่ต้องพึ่งพางบประมาณรัฐแต่อย่างใด ดังนั้น ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณปี 63 ที่อาจล่าช้า จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะของกองทุนฯ





นายชัยณรงค์กล่าวว่า  ล่าสุด กยศ. ยังได้ลงนามความร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลนักเรียน นักศึกษา นำไปประโยชน์ในการสร้างโอกาสทางการศึกษา ซึ่งส่งผลให้นักเรียน หรือนักศึกษา จะไม่สามารถรับทุนการศึกษาจาก กสศ.ไปพร้อมๆ  กับการกู้ยืมเงินจาก กยศ.ในช่วงเวลาเดียวกันได้ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนได้มากขึ้นและลดปัญหาการให้ทุนการศึกษาซ้ำซ้อนกัน

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18