อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563

กสิกรฯเล็งออกกองทุนใหม่ 6 กองตั้งเป้าเอยูเอ็มโต 6%

บลจ.กสิกรไทยเตรียมออกกองทุนใหม่คลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย หวังเอยูเอ็มโต 6% จากปี 62 แตะ 1.36 ล้านล้าน พร้อมขยายช่องทางดิจิตัล เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ จันทร์ที่ 27 มกราคม 2563 เวลา 15.50 น.


นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร  บลจ.กสิกรไทย  เปิดเผยว่า  ปีนี้ตั้งเป้าการเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจกองทุนด้วยการรักษาฐานลูกค้าเดิม ขยายฐานลูกค้าใหม่ และเพิ่มศักยภาพการลงทุนผ่านช่องทางดิจิตอล โดยมีแผนออกกองทุนใหม่ทั้งที่เป็นกองทุนทั่วไป และกองทุนทางเลือกอย่าง Private Equity Fund รวมแล้วกว่า 6 กองทุน ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงแนะนำกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลายทั้งกองทุนตราสารหนี้ กองทุนหุ้นไทย กองทุนหุ้นต่างประเทศ และกองทุนผสม เป็นต้น

สำหรับการขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านกองทุน SSF  ยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก โดยเทียบได้จากจำนวนสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ในระบบที่มีอายุเฉลี่ยต่ำกว่า 45 ปี และมีศักยภาพเข้าลงทุนในกองทุน SSF ได้ ซึ่งคาดว่ามีอยู่ประมาณ 500,000 ราย หรือ คิดเป็นเม็ดเงินลงทุนกว่า 50,000 – 70,000 ล้านบาท ส่วนการขยายฐานผ่านการเปิดบัญชีกองทุนออนไลน์ (Online Opening Account) ได้มองเห็นอัตราการเติบโตของผู้ลงทุนกลุ่มคนรุ่นใหม่จากยอดการเปิดบัญชีกองทุนออนไลน์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่มีอายุระหว่าง 20 – 30 ปี ที่ได้เข้ามาเปิดบัญชีกองทุนออนไลน์ผ่าน App K PLUS และ K-My Funds กว่า 55% 

นอกจากนี้ได้เตรียมแนวทางการออกกองทุน SSF เพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความต้องการด้านใดด้านหนึ่ง ได้แก่ ค่าธรรมเนียมที่ต่ำ (Competitive Fee) เข้าใจได้ง่าย (Easy to Understand) และสอดรับกับกระแสโลก (New Trend) หรือครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน โดยจะต้องเข้าถึงการลงทุนได้ง่าย สะดวก และปลอดภัยด้วย ขณะเดียวกันได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ บน App K-My Funds เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ลงทุน 

อย่างไรก็ตาม  ในปีนี้คาดว่ามีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) โต 6% จากปี 62  อยู่ที่ 1.36 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจกองทุนรวม 1.02 ล้านล้านบาท ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1.77 แสนล้านบาท และธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล 1.63 แสนล้านบาท ซึ่งคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดจำแนกตามธุรกิจอยู่ที่ 19.5%, 14.7% และ 14.6%  โดยยังคงครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมกองทุนรวม (ข้อมูลจาก AIMC ณ 30 ธ.ค. 62) สำหรับจำนวนลูกค้าที่ลงทุนผ่านช่องทางดิจิตอล (Digital-based Users) ในปีที่ผ่านมา มีประมาณกว่า 60% จากจำนวนลูกค้ากองทุนรวมทั้งหมด ซึ่งรวมเป็นมูลค่าการซื้อขายกว่า 300,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าจำนวนลูกค้าที่ลงทุนผ่านช่องทางดิจิตอล เพิ่มขึ้นอีก 16% จากจำนวนลูกค้ากองทุนรวมทั้งหมด 

ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปีนี้มีความเสี่ยงจากประเด็นทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน  Brexit และความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ (Geopolitical Risk) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกดดันต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี นโยบายการเงินของประเทศหลัก ยังคงผ่อนคลายทั้งด้านนโยบายดอกเบี้ย และการอัดฉีดสภาพคล่องผ่านการซื้อพันธบัตร เพื่อประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้น ทำให้ส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุน ด้านตลาดหุ้นไทยยังคงมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับอัตราคาดการณ์การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในปี  63 ที่ประมาณ 6 - 8%  ดัชนีหุ้นไทยแตะ 1,700 จุด สะท้อน Forward PE ที่ 16.7 เท่า และ Dividend Yield ที่ประมาณ 3.17% 


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 22