อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มกราคม 2563

สคบ.ประกาศคุมสัญญาธุรกิจ "รถยนต์มือสอง"

คณะกรรมการว่าด้วยสัญญา สคบ. กฎหมายคุมสัญญาธุรกิจรถยนต์มือสอง มีผลบังคับใช้แล้ว ขายรถมือสองไม่แสดงรายละเอียดให้ครบมีความผิด จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562 เวลา 17.53 น.

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการว่าด้วยสัญญา อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35ทวิ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 (และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2541) ประกอบกับมาตรา 3 มาตกฎหมายคุมรา 4 และมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดธุรกิจที่ควบคุมสัญญา และลักษณะของสัญญา พ.ศ. 2542 การออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการขายรถยนต์ใช้แล้วเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2562 เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเสียเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อรถยนต์ใช้แล้ว หรือรถยนตร์มือสอง

ทั้งนี้การออกประกาศดังกล่าว กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจขายรถยนต์ใช้แล้วจะต้องใช้สัญญาที่มีข้อความเป็นภาษาไทย สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจน ขนาดของตัวอักษรไม่เล็กกว่า 2 มิลลิเมตร โดยในสัญญาจะต้องระบุสาระสำคัญและเงื่อนไขรายละเอียดตามที่ประกาศกำหนดไว้ เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับรถยนตร์ การกำหนด วัน เดือน ปี สถานที่ที่ส่งมอบรถยนต์ การกำหนด เกี่ยวกับการส่งมอบสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ การบอกเลิกสัญญา ข้อมูลเกี่ยวกับการประสบภัยของรถยนต์ 

พร้อมกันนี้ ในสัญญาที่ผู้ประกอบธุรกิจทำกับผู้บริโภคต้องไม่ใช้ข้อสัญญาที่มีลักษณะหรือมีความหมายทำนองที่เป็นการยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดชอบที่เกิดจากการผิดสัญญาของผู้ประกอบธุรกิจ หรือการให้สิทธิผู้ประกอบธุรกิจเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาการส่งมอบรถยนตร์หรือเงื่อนไขต่างๆ หรือให้สิทธิผู้ประกอบธุรกิจริบเงินทั้งหมดหรือบางส่วน หากผู้บริโภคไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา และจะต้องจัดทำสัญญาที่มีข้อความถูกต้องตรงกันทั้งสองฝ่าย ส่งมอบให้แก่ผู้บริโภคทันทีที่ได้ลงนามในสัญญา

อย่างไรก็ตามสคบ. ขอแจ้งเตือนผู้บริโภคที่ต้องการจะซื้อรถยนต์ใช้แล้วขอให้ศึกษารายละเอียดในสัญญาก่อนเข้าทำสัญญาว่าเป็นไปตามที่ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาได้กำหนดไว้หรือไม่ โดยประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อกำหนด 90 วันนับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2562 ที่ผ่านมา 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27