อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562

จับตาธ.กลางโลกหั่นดอกเบี้ยหนุนตลาดหุ้นฟื้น(คลิป)

โบรกคาดธนาคารกลางโลก  ทั้งสหรัฐ- จีน –ยุโรป-ไทยเล็งคัทดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ  เหตุนโยบายการคลังมีข้อจำกัด  ประเมินดัชนีระยะสั้นที่ 1,620-1,650 จุด แนะหุ้นปลอดภัย-ปันผลสูง   อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562 เวลา 17.00 น.


นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล. เอเชียพลัส  เปิดเผยว่า  ตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอบรับปัจจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศไปแล้ว  โดยในต่างประเทศเป็นเรื่องผลการเจรจาการค้าระหว่าง สหรัฐและจีนที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ด้วยการทำข้อตกลงยุติลดข้อพิพาททางการค้าชั่วคราว คาดว่าจะลงนามร่วมกันในกลางเดือนพ.ย.นี้  แต่ประเด็นสงครามทางการค้ายังไม่จบ  อาจยืดเยื้อในปลายปีหน้าเป็นอย่างน้อย  เนื่องจากสหรัฐและจีนยังขึ้นภาษีสินค้านำเข้าระหว่างกันจึงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก
 
ทั้งนี้เห็นได้จากกลางสัปดาห์ที่ผ่านมากองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟปรับลดคาดการณ์จีดีพีของโลกลงเกือบทุกประเทศ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงจากผลกระทบสงครามทางการค้า  ส่วนในประเทศสภาฯได้ผ่านการพิจารณางบประมาณปี 63  และการทยอยประกาศงบของบริษัทจดทะเบียนกลุ่มธนาคารพาณิชย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว


 
สำหรับภาวะตลาดหุ้นในสัปดาห์หน้าให้น้ำหนักการประชุมธนาคารกลางหลัก  โดยในวันที่ 20 ต.ค.เป็นการประชุมธนาคารกลางจีน   วันที่ 24ต.ค.ประชุมธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบี  และวันที่29-30 ต.ค. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด คาดว่าธนาคารกลางหลายประเทศจะใช้นโยบายการเงินและนโยบายการคลังเข้ามาดูแลเศรษฐกิจในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง   เนื่องจากนโยบายการคลังจะมีข้อจำกัดในการใช้ เพราะแต่ละประเทศก็มีภาระหนี้สาธารณะและงบประมาณไม่เพียงพอจึงต้องใช้นโยบายการเงินเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
 
อย่างไรก็ตาม  ในเดือนก.ย. ที่ผ่านมาอีซีบีใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ คิวอีเข้าซื้อพันธบัตรเดือนละ20,000 ล้านยูโร ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือบีโอเจใช้คิวอีปีละ  80 ล้านล้านเยนต่อปี    คาดว่าไม่เพียงพอดังนั้นมองว่าธนาคารกลางหลายประเทศอาจใช้นโยบายดอกเบี้ยเข้ามาช่วยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ    โดยการประชุมเฟด ปลายเดือนต.ค. อาจปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% จาก 2% มาอยู่ที่ 1.75%    ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ของไทยมี 2 ครั้ง คือวันที่   6พ.ย. และ 18 ธ.ค.   โดยให้น้ำหนักรอบ พ.ย. มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะเห็นการปรับลดดอกเบี้ยลง   0.25%  ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายสิ้นปีอยู่ที่  1.25%  

"ภาวะดอกเบี้ยโลกที่เป็นขาลง คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ  ยุโรป  จีน  และไทยมีแนวโน้มที่จะลดดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้   เชื่อว่าจะหนุนให้ Fund Flow บางส่วนมีโอกาสโยกย้ายสินทรัพย์ปลอดภัยคือตราสารหนี้ เข้ามาสู่สินทรัพย์เสี่ยง คือ ตลาดหุ้น เพื่อหาผลตอบแทนเพิ่มดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน เน้นหุ้นที่มีความปลอดภัยและได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง  เช่น   กลุ่ม ลีสซิ่ง, อสังหาริมทรัพย์, หุ้นปันผลสูงเกิน 5%    และหลีกเลี่ยง หุ้นกลุ่มแบงก์ขนาดใหญ่ เพราะรายได้ และกำไรจะลดลง หากมีการปรับลดดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ และเอ็มอาร์อาร์   ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวสัปดาห์หน้าประเมินระยะสั้นที่ 1,620-1,650 จุด  ระยะกลางและระยะยาวอยู่ที่  1,600-1,660 จุด  ถ้าหลุด 1,600 จุดให้เข้าทอยซื้อสะสม”
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 40