อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 24 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 24 กันยายน 2562

เงินบาทไทยแข็งโป๊ก 2.2% สวนทางภูมิภาคค่าอ่อนตัว

"พิมพ์ชนก"เผยเงินบาทตั้งแต่ต้นปีถึง 30 ส.ค.แข็ง2.2 % สวนทางภูมิภาคอ่อน ย้ำส่งออกไปตลาดสำคัญยังขยายตัว ทั้งสหรัฐ-ญี่ปุ่น-เวียดนาม คาดสิ้นปีเคลื่อนไหวในช่วง 30 -31บาท ต่อ ดอลลาร์สหรัฐ พฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562 เวลา 14.25 น.


นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)  เปิดเผยว่า สนค. ได้ทำการวิเคราะห์อัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าที่สำคัญและของไทย พบว่า ค่าเงินบาทเฉลี่ยจากต้นปีจนถึงวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมาอยู่ที่ 31.39 บาทต่อ ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้น 2.2 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน และแข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่งและคู่ค้าที่สำคัญ ซึ่งส่วนมากค่าเงินอ่อนค่า เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ รวมทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ อย่างเช่น เกาหลีใต้ อ่อนค่า 6.5 % สหภาพยุโรป อ่อนค่า 6.3% อังกฤษ อ่อน 6.2%  จีน อ่อน 5.3 %  อินเดีย อ่อน 5.1 % ไต้หวัน อ่อน4 %มาเลเซีย อ่อน  4%   และเวียดนาม อ่อน 2.1% เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม การส่งออกของไทยยังทำได้ดีกว่าประเทศที่ค่าเงินอ่อนค่า โดย 7 เดือนแรกของปี 62 ไทยส่งออกหดตัว1.9 % ส่วนเกาหลีใต้หดตัว 8.9 % อังกฤษ 3.5% ไต้หวัน2.9 %และมาเลเซีย 4.8% ดังนั้นการแข็งค่าของค่าเงินบาทแม้ว่าจะทำให้รายได้ผู้ประกอบการลดลง แต่ในภาพรวมส่งผลกระทบต่อการส่งออกยังจำกัด
 
สำหรับ สินค้าเกษตรซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากแข็งค่าของค่าเงิน แต่การส่งออกไปบางตลาดยังขยายตัวได้ดี เช่น การส่งออกข้าว 7 เดือนแรกหดตัว 18.5 % แต่ส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัว13.9 % มีสัดส่วน13.8  % ของการส่งออกข้าวทั้งหมด การส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัว6.9 % แต่การส่งออกไปญี่ปุ่นขยายตัว 3.2 % การส่งออกข้าวโพด หดตัว20.7 % แต่การส่งออกไปเวียดนามขยายตัว 29.2 %  นอกจากนี้ การส่งออกอาหารทะเลกระป๋อง ขยายตัว2.3 % โดยส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัว 16.5% ญี่ปุ่น ขยาย 10.4 %  รวมถึงการส่งออกผลไม้สด/แช่แข็งที่มีความนิยมสินค้าไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การส่งออกขยายตัวสูงถึง 44.9 % สะท้อนการส่งออกสินค้าเกษตรยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการส่งออก เช่น ความต้องการสินค้า และคุณภาพสินค้า เป็นต้น ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าไลฟ์สไตล์หลายชนิดที่ขยายตัวได้ดี เช่น เครื่องสำอาง/ผลิตภัณฑ์รักษาผิว เครื่องรับวิทยุและส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ตู้เย็น และผลิตภัณฑ์ยาง 
 
สำหรับช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่า ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มทรงตัวหรืออาจจะแข็งค่าเพิ่มขึ้น โดยเคลื่อนไหวในช่วง 30 -31บาท ต่อ ดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยหลักที่อาจจจะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นคือการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติมของประเทศสำคัญของโลก อย่าง สหรัฐฯ จีน และสหภาพยุโรป แนวทางการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ หรือ Brexit และ ความขัดแย้งการเมืองระหว่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งต้องเร่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทำประกันความเสี่ยงค่าเงิน เพื่อรองรับผลกระทบจากการความผันผวนและค่าเงินที่อาจจะแข็งค่าเพิ่มขึ้น
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21