อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562

เครือข่ายอุบัติเหตุค้านขยายอายุใช้รถตู้12ปี

เครือข่ายเหยื่ออุบัติเหตุ-เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต บุกกระทรวงคมนาคม จี้คุมเข้มอุบัติเหตุรถตู้  คัดค้านขยายอายุรถตู้เป็น 12 ปี ยืนยัน 10 พอแล้ว ควรให้เปลี่ยนเป็นมินิบัส อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 เวลา 14.30 น.


 เมื่อเวลา10.00 น. วันที่ 20 ส.ค.ที่กระทรวงคมนาคม นายเจษฎา แย้มสบาย ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ มูลนิธิเมาไม่ขับ กรุงเทพฯ พร้อมด้วยน.ส.เครือมาศ  ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และภาคีเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กว่า 30 คน รวมตัวกันมายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เพื่อเรียกร้องให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยรถตู้โดยสารสาธารณะ ภายหลังเกิดเหตุสลด รถตู้พุ่งชนรถพ่วงที่จังหวัดสระแก้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 11 คน บาดเจ็บ 4 คน โดยมีนายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้มารับเรื่องและจะส่งต่อให้รมว.คมนาคม พิจารณาต่อไป
    
นายเจษฎา กล่าวว่า หลังเกิดอุบัติเหตุจากรถตู้จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) ก็มีมาตรการที่ดีออกมาต่อเนื่อง ทั้งการใช้ GPS เข้มงวดกับความเร็วไม่เกิน 90 กม/ชม.และควบคุมพนักงานขับรถห้ามขับต่อเนื่องเกิน 8-10 ชม./วัน รวมถึงมาตรการจำกัดอายุรถตู้ห้ามเกิน 10 ปี และจะทยอยเปลี่ยนเป็นรถมินิบัสแทน แต่ล่าสุดกระทรวงคมนาคมก็เปิดช่องโหวด้วยการยอมถอยให้เพิ่มอายุการใช้งานรถตู้เป็น12 ปี รวมถึงการเปลี่ยนมินิบัสเป็นแบบสมัครใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย นอกจากนี้ยังมีปัญหาการลักลอบตัดสัญญาณ GPS ไม่ให้ขบ.ตรวจจับความเร็วรถตามที่เป็นจริงได้อีก จึงอยากให้กระทรวงคมนาคมทบทวนเรื่องรถตู้สาธารณะให้ดีๆ ไม่ควรมีมาตรการที่ถอยหลังลงคลอง
 
นายเจษฎา กล่าวต่อว่า จากข้อมูลจากศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย ระบุว่าสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารมาจากการใช้ความเร็วของผู้ขับขี่ เพราะต้องวิ่งทำรอบ หรือเป็นพฤติกรรมส่วนตัวในการขับรถเร็ว แตกต่างกับมินิบัสที่สามารถทำความเร็วหรือการแซงได้ช้ากว่ารถตู้  ดังนั้นอุบัติเหตุรถตู้จึงเกี่ยวข้องกับยานพาหนะโดยตรง เมื่อเกิดการชนเกิดขึ้น ถังน้ำมันและท่อน้ำมัน ซึ่งอยู่ข้างหน้าจะแตกทำให้เกิดประกายไฟลุกไหม้ ผู้โดยสารที่กำลังอยู่ในสภาพที่บาดเจ็บอยู่แล้วจึงไม่สามารถหลบหนีออกจากเปลวเพลิงได้  ขณะที่มินิบัสเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้โดยสารมีโอกาสรอดชีวิตมากกว่า เนื่องจากมีพื้นที่ภายในมากกว่า รวมถึงต้องการให้เข้มงวดพฤติกรรมผู้ขับขี่ เพราะหลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุมาจากผู้ขับขี่หลับใน หรือดื่มสุรา
           
ด้านน.ส.เครือมาศ  กล่าวว่า ขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอ ดังนี้ 1.มาตรการที่มุ่งเน้นลดอุบัติเหตุ ถือเป็นสิ่ง  ที่ดีและควรดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการติด GPS เพื่อกำกับความเร็ว ชั่วโมงทำงานเกินกำหนด การตรวจวัดแอลกอฮอล์ ฯลฯ แต่มาตรการสำคัญควบคู่กันคือ เกิดเหตุแล้วทำอย่างไรไม่เสียชีวิต ซึ่งการนำรถที่โครงสร้างแข็งแรง ไม่เกิดเพลิงลุกไหม้ง่าย สามารถช่วยเหลือผู้โดยสารได้รวดเร็ว  2. ในเส้นทางระยะไกล เช่น กทม.-ต่างจังหวัด จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีรถประจำทางและระบบกำกับที่ปลอดภัย จึงไม่ควรเลื่อนอายุใช้งานรถตู้จาก 10 ปี เป็น 12 ปี และไม่ควรเปลี่ยนเป็นมินิบัสแบบสมัครใจ  ควรมีมาตรการด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสารอย่างชัดเจนแบบไม่ถูกทำให้ถอยหลัง หรือย่ำอยู่กับที่  และควรมุ่งเน้นมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการตามความเหมาะสมเป็นกรณีๆไป 3. ควรเร่งพัฒนาระบบตรวจสอบประวัติการดูแลรักษา การเปลี่ยนอะไหล่ตามกำหนดมีมากน้อยเพียงใด มีการตรวจสภาพเข้มงวดก่อนอนุญาตอย่างเข้มงวด มีการตรวจทุก 6 เดือน รวมทั้งการสุ่มตรวจบนถนนด้วย และ 4. กำกับพฤติกรรมขับขี่ของคนขับรถสาธารณะ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ขับเร็วเร่งทำรอบ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ การพักผ่อนน้อยต้องไม่มี และเจ้าหน้าที่รัฐต้องตรวจสอบรถและคนขับรถทุกคน อย่างเข้มงวด ไม่มีการละเว้น บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคน
          
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือมีผู้แทนเครือข่ายฯเสนอให้มีบทลงโทษผู้ประกอบการรถตู้ที่เกิดอุบัติเหตุอย่างจริงจัง ซึ่งผู้แทนจากขบ.ได้ชี้แจงว่า ปัจจุบันดำเนินการอยู่แล้ว ตั้งแต่ตักเตือน ปรับ พักใช้ใบอนุญาต และเพิกถอนใบอนุญาต โดยเมื่อถูกตักเตือนจะต้องดำเนินการทันที หากไม่ทำจะไม่สามารถต่อทะเบียนรถได้
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 14