อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562

โบรกหวั่นพิษสงครามการค้ากดจีดีพีไตรมาส 2   

โบรกประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าลุ้นประกาศจีดีพีไตรมาส 2 ของสศช. หากต่ำกว่าคาดถ่วงหุ้นไทยปรับตัวลง    พร้อมเกาะติดสารพัดปัจจัยเสี่ยงในต่างประเทศ เน้นลงทุนหุ้นรับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐ เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562 เวลา 16.30 น.


นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)   เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้าขึ้นอยู่กับการประกาศตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 2 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ตลาดมองว่าเติบโตเพียง 2.3% หากดีกว่าคาดจะหนุนให้ตลาดปรับตัวขึ้น ส่วนต่างประเทศคาดหวังการเจรจา ลดผลกระทบสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนตลาดอาจผันผวนได้ และผลการเจรจามีทิศทางบวกตลาดอาจจะแกว่งขึ้น แต่เป็นเทคนิคัลรีบาวด์ ดังนั้นนักลงทุนต้องระวัง

นอกจากนี้ติดตามตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐ และยุโรป  รวมถึงติดตามค่าเงินหยวนของจีนจะต้องมีเสถียรภาพไม่อ่อนค่ามากเกินไปอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ และไม่มีการเล่นสงครามค่าเงิน ตลอดจนผลตอบแทนพันธบัตรขอสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันอายุ 10 ปีอยู่ที่ 1.566 % และ 2 ปีอยู่ที่ 1.521%

“ ดัชนีตลาดหุ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ส.ค.กลับมายืนเหนือ 1,630 จุดมีความเป็นไปได้ที่จะมีแรงส่งปิดแก๊ปช่องว่างไปที่ 1,650 จุด และถ้ามีข่าวบวกอาจมีแรงส่งเพิ่มขึ้นไปเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ที่ 1,670 จุด  โดยที่ผ่านมาหุ้นไทยลงแรงจาก 1,750 จุดมาอยู่ที่ 1,600 จุด เพราะกังวลเรื่องสงครามทางการค้านักลงทุนไม่กล้าที่จะเสี่ยงเข้าลงทุนมากนัก  และมีการเก็งกำไรระยะสั้นกันมาก แต่ต้องจุดสต๊อปลอสเพื่อป้องกันการขาดทุน  สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้นหุ้นอิงมาตรการภาครัฐ  เช่น ค้าปลีก ท่องเที่ยว และโรงพยาบาล ประเมินแนวรับที่ 1,620  จุด แนวรับต่อไปที่ 1,600 จุด แนวต้านที่ 1,650 จุด “



นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้   กล่าวว่า การประกาศ จีดีพีในไตรมาส 2     คาดว่าเติบโตเพียง 2.5% ซึ่งเป็นการโตต่ำสุดในรอบ 4 ปีครึ่งอาจทำให้สศช.ปรับเป้าจีดีพีทั้งปีลง   โดยที่ผ่านมาบล.ทิสโก้ได้ปรับเป้าจีดีพีอยู่ที่ 2.9% ขณะที่ตลาดมองว่าจะโต 3.3% และขณะนี้มีสถาบันหลายแห่งเริ่มที่ปรับลดเป้าจีดีพีและกำไรของบริษัทจดทะเบียนลงแล้ว เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มอ่อนแอและผันผวนจากสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ยืดเยื้อ  พร้อมทั้งเกาะติดตามการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดเมื่อวันที่ 30-31 ก.ค. รวมถึงสัญญาณที่อาจสะท้อนทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้าจากถ้อยแถลงของประธานเฟด และสัมมนาประจำปีของเฟดที่ Jackson Hole ระหว่างวันที่ 22-24 ส.ค. นี้

“ในช่วงที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลงมากกว่า 100 จุด   เนื่องจากกังวลเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย  หลังจากที่บอนด์ยิวด์ระยะสั้นสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว  หรือเกิดภาวะ inverted yield เพราะมีปัจจัยหลายอย่างไม่แน่นอน โดยเฉพาะสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่วนข้อมูลพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐยังดีอยู่ แต่ไม่รู้ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐจะมีนโยบายอะไรออกมาบ้างที่จะกระทบต่อภาคธุรกิจ นอกจาก
นี้การชุมนุมที่ฮ่องยืดเยื้อก็มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม” 

สำหรับดัชนีตลาดหุ้นคาดว่ามีโอกาสรีบาวด์ แต่ยังผันผวน และหากดีดปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1,650 จุดอาจจะปรับตัวลง  โดยกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นที่คาดว่าจะฟื้นตัวหลังจากที่ปรับตัวลงแรงก่อนหน้า เช่น กลุ่มแบงก์ เนื่องจากมีการประกาศจ่ายปันผล และหุ้นที่ได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลประเมินแนวรับแรกที่ 1,610 จุด แนวรับต่อไปที่ 1,600 จุด และแนวต้านที่ 1,630-1,635 จุด
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 15