อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

เงินบาทไทยแข็งรั้งอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชีย

"รุ่ง" เผยไทยเป็นแหล่งพักเงินปลอดภัยช่วงเศรษฐกิจโลกผันผวน จากข้อมูลตั้งแต่ 1-9 ส.ค.ที่ผ่านมาเงินบาทไทยแข็งค่ารั้งอันดับ 2 รองจากเงินเยน-ญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศอื่นอ่อนค่ากันถ้วนหน้า  อาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2562 เวลา 13.30 น.

น.ส. รุ่ง สงวนเรือง  ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ภาวะค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า(13ส.ค.-16 ส.ค.) เคลื่อนไหวในกรอบ 30.60-31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ    แต่ต้องรอดูตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯที่จะประกาศในวันที่ 13 ส.ค.นี้
ถ้าดีกว่าที่ตลาดคาดการณืจะทำให้ค่าเงินบาทและภูมิภาคเอเชียอ่อนค่าลง แต่ถ้าเงินเฟ้อต่ำกว่าคาดจะทำให้สกุลเงินในภูมิภาคแข็งค่าขึ้นและอาจเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงอีกในช่วงปลายปีนี้  อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯในเดือนก.ค.อยู่ที่ 1.7% จากเดิมในเดือนมิ.ย.อยู่ที่ 1.6% 

นอกจากนี้ติดตามความคืบหน้าการเจรจาลดผลกระทบสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน  และการที่จีนใช้นโยบายให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าตอบโต้สหรัฐฯที่เรียกเก็บภาษี ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ที่ปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% ที่ผ่านมานั้นส่งผลต่อค่าเงินบาท และตลาดหุ้นในวงจำกัด  ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทย(บอนด์ยิวด์)อายุ 10 ปีปรับตัวลงอยู่ที่ 1.54% จากเดิมอยู่ที่ 1.79%  และบอนด์ยิวด์สหรัฐอายุ 10 ปีอยู่ที่ 1.69% 

ส่วนสาเหตุเงินบาทของไทยไม่ได้อ่อนค่าลงมากนัก หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) คลอด 2 มาตรการสกัดเงินไหลเข้า โดยลดยอดคงค้างบัญชีเงินฝากสกุลบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (non-resident : NR)  จากเดิมอนุญาตให้มียอดคงค้างเงินบาทค้างคืนได้ไม่เกิน 300 ล้านบาท ลดลงเหลือไม่เกิน 200 ล้านบาทต่อราย  และให้รายงานข้อมูลยอดคงค้างการถือครองตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติ โดยให้รายงานถึง ระดับชื่อ “ผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง”   เนื่องจากเศรษฐกิจไทยแกร่ง ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลต่อเนื่อง และทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงทำให้นักลงทุนนำเงินมาพักการลงทุนที่ไทย  อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าคาดว่ารัฐจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

สำหรับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาคตั้งแต่วันที่ 1ส.ค.-9 ส.ค.พบว่า  ค่าเงินเยน-ญี่ปุ่นแข็งค่า  2.7% เงินบาท-ไทยแข็ง 0.1% เนื่องจากเป็นแหล่งพักเงินปลอดภัยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกผันผวน ส่วนสกุลเงินที่อ่อนค่า เช่น   รูปี-อินเดีย 2.7 %  หยวน-จีน 2.5 %  วอน -เกาหลีใต้ 2.2 %เปโซ-ฟิลิปปินส์  1.9% ริงกิต-มาเลเซีย 1.3 % รูเปียห์-อินโดนีเซีย 1.2 % ดอลลาร์-สิงคโปร์ 0.6%  ทั้งนี้ตั้งแต่วั้นที่ 1-9 ส.ค.ที่ผ่านมาต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 16,000 ล้านบาท  ส่วนพันธบัตรซื้อสุทธิ 6,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตามแนวโน้มค่าเงินบาทผันผวน ดังนั้นผู้ส่งออกและนำเข้าควรป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือใช้สกุลเงินท้องถิ่นทำการค้าขายเพื่อลดการขาดทุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 47