อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562

สรรพสามิตโต้น้ำอัดลมอ้างขึ้นราคา เดินหน้าขึ้นภาษีตามเดิม1ต.ค.นี้

สรรพสามิตโต้ผู้ผลิตน้ำอัดลมอ้างขึ้นราคา ชี้ประเมินต้นทุนภาษีแค่ขวด 10-20 สตางค์ ไม่ใช่ 2-3 บาท ยันเดินหน้าขึ้นภาษีตามเดิม 1 ต.ค.นี้ จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.04 น.

สืบเนื่องจากกรณีผู้ผลิตน้ำอัดลมรายใหญ่หลายรายได้มีการปรับราคาขายปลีกน้ำอัดลมชนิดขวดแก้ว และขวดใสเพิ่มขึ้นขวดละ 2-3 บาท โดยให้เหตุผลว่ามาจากการขึ้นภาษีความหวานจากกรมสรรพสามิต ที่จะมีผลวันที่ 1 ต.ค.นี้

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การขึ้นราคาน้ำอัดลมขวดละ 2-3 บาท ไม่น่าจะเป็นผลจากการเก็บภาษีความหวานของกรมสรรพสามิต เพราะตอนนี้กรมฯยังไม่มีการขึ้นภาษีความหวานเลย และกว่าจะขึ้นภาษีรอบสองต้องรอไปถึงวันที่ 1 ต.ค.62 ขณะที่การขึ้นภาษีความหวานรอบแรกก็ทำไปตั้งนานแล้วตั้งแต่ปี 60 ดังนั้นการขึ้นราคาน้ำอัดลมน่าจะเป็นเหตุผลเรื่องการบริหารต้นทุนอื่นๆ ของบริษัทมากกว่า และที่สำคัญกรมฯได้มีการประเมินผลกระทบต้นทุนในการขึ้นภาษีขายปลีกน้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมน้ำตาลไว้แล้ว โดยมีผลกระทบเฉลี่ยแค่ขวดหรือกระป๋องละ 10-20 สตางค์ ไม่ใช่กระทบมากถึง 2-3 บาทแน่นอน

ทั้งนี้กรมฯยืนยันว่าจะขึ้นภาษีความหวานรอบสองตามแผนเดิมในเดือนต.ค.62  ไม่มีการเลื่อนเวลาออกไป เพราะที่ผ่านมาได้ให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัวมากว่า 2 ปีแล้ว อีกทั้งการเก็บภาษีความหวานก็มีเป้าหมายเพื่อช่วยดูแลสุขภาพของไทย ให้ลดการบริโภคน้ำตาลซึ่งเป็นต้นเหตุโรคเอ็นซีดี หรือโรคไม่ติดต่อร้ายแรง เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ซึ่งหลายประเทศก็ได้มีการใช้มาตรการภาษีเพื่อดูแลสุขภาพเช่นกันไม่ได้มีเพียงแค่ประเทศไทย





นอกจากนี้ยังทราบว่าขณะนี้มีผู้ผลิตน้ำอัดลม และเครื่องดื่มในประเทศหลายราย เริ่มมีการปรับสูตรการผลิตโดยใช้ส่วนผสมน้ำตาลน้อยลง เช่น การใส่สารทดแทนความหวาน หรือลดการผสมน้ำตาล เพื่อไม่ให้ถูกเก็บภาษีเพิ่มในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นเรื่องดีที่จะช่วยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกซื้อเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลต่ำ แต่ก็อาจมีเครื่องดื่มบางยี่ห้อเปลี่ยนสูตรได้ยาก เพราะเป็นรสชาติดั้งเดิมหากผสมน้ำตาลน้อยลงอาจทำให้รสชาติเพี้ยนไป จึงยังต้องผสมน้ำตาลสูงอยู่แต่ก็ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น

สำหรับอัตราภาษีความหวานที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 ต.ค.62-30 ก.ย.64 จะมีการเก็บเพิ่มตามค่าความหวานที่สูงขึ้น โดยเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลไม่เกิน 10 กรัมยังคงเท่าเดิม แต่อัตราของเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเกิน 10 กรัม จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 1-4 เท่าตัว มมีรายละเอียดดังนี้ เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาล ไม่เกิน 6 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เว้นการเก็บภาษี มีน้ำตาลเกิน 6 กรัม แต่ไม่เกิน 8 กรัม เสียภาษี 0.10 บาท มีปริมาณน้ำตาลเกิน 8 กรัมแต่ไม่เกิน 10 กรัม เสียภาษี 0.30 บาท กลุ่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน10 กรัม แต่ไม่เกิน 14 กรัม เสียภาษี 1 บาทต่อลิตร เพิ่มจากเดิม 0.5 บาท กลุ่มที่ปริมาณน้ำตาลเกิน 14 กรัม แต่ไม่เกิน 18 กรัม เสียภาษี 3 บาทต่อลิตร จากเดิม 1 บาท และกลุ่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 18 กรัม ต้องเสียภาษี 5 บาท

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 16