อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562

หุ้นไทยปิดบวกแรงรับข่าว"ทรัมป์"พบ"สีจิ้นผิง"

หุ้นไทยบวกร้อนแรง 22.38 จุด หลัง "ทรัมป์'"ทวิตเตรียมพบ"สี จิ่นผิง"ในการประชุมจี 20 ปลายเดือนมิ.ย.นี้ ตลาดคาดผลเจรจามีทิศทางบวก ดันดัชนีปิดทะลุ1,700 จุด แนะลงทุนหุ้นโกลบอลเพย์-อิงเศรษฐกิจในประเทศ พุธที่ 19 มิถุนายน 2562 เวลา 17.37 น.

 
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส เปิดเผยภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,705.98 จุด หรือบวก 22.38 จุด มูลค่าซื้อขาย 107,568.94 ล้านบาท ว่า ตลาดหุ้นไทยปิดบวกแรงตามภาวะตลาดหุ้นในภูมิภาคหลังจากนาย โดนัลด์  ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ฯ ทวิตข้อความระบุว่า จะพบนายสี  จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนในการประชุมจี 20 ที่ประเทศญี่ปุ่นปลายเดือนมิ.ย.นี้ ส่งผลให้ตลาดคาดหวังว่าผลการเจรจาลดข้อพิพาททางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศน่าจะมีทิศทางที่เป็นบวก นอกจากนี้บริษัทท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท.ออกมาระบุว่า บริษัทคิงพาวเวอร์ซึ่งชนะการประมูลดิวตี้ฟรีครั้งล่าสุดให้ผลตอบแทนทอท.มากกว่าการประมูลครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาหุ้น AOT ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามจากปัจจัยบวกดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยยืนเหนือระดับ 1,700 จุดในรอบ 8 เดือน
 
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้น่าจะกลับมาพักฐานหลังจากปรับตัวขึ้นแรง โดยประเมินแนวรับแรก 1,700 จุด แนวรับต่อไป 1,690 จุด แนวต้าน 1,710 จุด กลยุทธ์การลงทุนเน้นกลุ่มโกลบอลเพย์ช่น อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และปิโตรเคมี ส่วนหุ้นในประเทศเช่น กลุ่มค้าปลีก ก่อสร้าง และนิคมอุตสาหกรรม


 
นายสมชัย อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนและลูกค้าสัมพันธ์ บลจ. กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM  กล่าวว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 19  มิ.ย.นี้ คาดว่า จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.25-2.50 % ต่อปี เพื่อติดตามผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน รวมทั้งการเจรจาเพื่อแก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวระหว่างนายทรัมป์ กับนายสี  จิ้นผิง ในการประชุมจี 20 ที่ประเทศญี่ปุ่นปลายเดือนมิ.ย.นี้
 
อย่างไรก็ตาม คาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย.นี้  น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่า 2-3 ครั้ง ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทยที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.75% ไปจนถึงสิ้นปีนี้เนื่องจากกังวลปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนกระทบการขยายตัวเศรษฐกิจไทย
 
“ผมเชื่อว่าเฟดคงต้องการเก็บกระสุนเอาไว้ก่อน ถ้าหากเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงมาก หรือการเจรจาการค้าไม่เป็นผล เฟดก็สามารถลดดอกเบี้ยลงได้ทันทีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงต่อไป ส่วนเศรษฐกิจไทยคาดว่าการเติบโตในช่วงหลังปีนี้น่าจะฟื้นตัวดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก จากปัจจัยบวกของการจัดตั้งคณะรัฐและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐบาล ดังนั้นมองว่าจีดีพีปีนี้จะเติบโตที่ 3.3 % แต่ก็มีแรงกดดันจากปัญหาสงครามการค้าสหรัฐฯ และจีน”
 
ด้านมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยยังมีความผันผวนต่อเนื่อง โดยมองเป้าหมายดัชนีสิ้นปีที่ระดับ 1,720 จุด บนสมมติฐานกำไรบริษัทจดทะเบียนโตประมาณ 8%  สัดส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ประมาณ 16.5 เท่า อย่างไรก็ตาม หากมองแค่ P/E อาจเห็นว่ามูลค่าตลาดหุ้นไทยอยู่ในระดับที่แพงเมื่อเทียบกับอดีต แต่ยังน่าสนใจเข้าลงทุน เน้นหุ้นรายตัวปันผลดีและหุ้นเกี่ยวข้องกับการลงทุนของภาครัฐเป็นหลัก
 
นอกจากนั้นมองว่าการลงทุนทั่วโลกขณะนี้กลุ่มสุขภาพ และอสังหาริมทรัพย์น่าสนใจลงทุน  ซึ่งในส่วนของบลจ.กรุงไทยมีกองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ เฮลธ์แคร์ ฟันด์ (KT-HEALTHCARE) ที่ลงทุนในหุ้นสุขภาพทั่วโลก และกองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ พร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์ (KT-PROPERTY)
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 28