อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562

คลังจ่อตัดเบี้ยคนชรา600บ. เน้นเป้าเฉพาะ'ผู้สูงวัยไฮโซ'

หวังลดภาระงบฯ รัฐได้ปีละหมื่นล้าน “ คลัง”หาทางรับมือสังคมคนแก่ ลุยยกเลิกจ่ายเบี้ยชรา 600 บาท ให้คนสูงวัยไฮโซมีรายได้เกิน 9,000 บาต่อเดือน หรือสินทรัพย์เกิน 3 ล้านเลือกจ่ายเฉพาะคนเดือดร้อนจริงๆ หวั่นคนแก่เยอะเสียเงินมาก ศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม 2559 เวลา 05.44 น.

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เปิดเผยว่า วานนี้ (13 พ.ค.) ได้ปาฐกถาพิเศษเรื่องธุรกิจประกันภัยกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ว่า กระทรวงการคลังกำลังทบทวนนโยบายการจ่ายสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคนละ 600บาทต่อเดือนใหม่โดยจะมีการยกเลิกจ่ายเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุที่มีรายได้เกินเดือนละ 9,000 บาทหรือมีสินทรัพย์สูงเกิน 3 ล้านบาทและเลือกจ่ายให้เฉพาะผู้สูงวัยที่มีรายได้ต่ำ หรือต้องการได้รับความช่วยเหลือจริงเท่านั้นเพื่อลดภาระงบประมาณด้านสวัสดิการของภาครัฐโดยเฉพาะในอนาคตที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ซึ่งจะทำให้มีภาระในส่วนนี้เพิ่มขึ้น

“เดิมหากใครอายุเกิน60 ปี แล้วมาลงทะเบียนก็จะได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุทั้งหมดแต่ต่อไปจะมีการช่วยเหลือบางคนที่มีรายได้ต่ำ เหมือนนโยบายรถไฟรถเมล์ฟรีซึ่งปกติใครก็ขึ้นไปใช้บริการได้ แต่อนาคตจะจำกัดการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มให้เข้าถึงมือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน และจำเป็นจริงๆ ประเมินว่านโยบายจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุใหม่นี้จะช่วยรัฐประหยัดงบได้ปีละ1 หมื่นล้านบาทจากปัจจุบันที่เป็นภาระงบประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาทโดยรัฐจะทำการเก็บข้อมูลของผู้มีรายได้น้อยและเชื่อมโยงกับนโยบายพัฒนาการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเพย์เมนท์ที่เปิดให้มีการลงทะเบียนตั้งแต่กลางปีนี้”นายวิสุทธิ์เผย

รมช.คลัง กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ระบุว่ามีผู้สูงอายุประมาณ 10 ล้านคนแต่ต่อไปประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยมากขึ้น ซึ่งในปี 2573คาดว่าทุกประชากร 5 คน มีผู้สูงอายุ 1 คนและคนในวัยทำงานที่สร้างรายได้จะเหลือน้อยลงที่สำคัญคนไทยยังทำประกันภัยกันน้อยประมาณ 38 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดต่างจากประเทศพัฒนาแล้วที่ทุกคนจะมีการทำประกันอย่างน้อย 1 คนต่อ 1 กรมธรรม์ส่งผลให้ต่อไปภาระงบประมาณในการดูแลผู้สูงวัยจะสูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นเงินให้กับผู้สูงอายุที่ต้องการใช้เงินในยามเกษียณซึ่งจะเหมาะกับคนไม่มีลูกหลาน เบื้องต้นหลักการจะต้องมีทรัพย์สินปลอดภาระหนี้ มาขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ซึ่งจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอายุมูลค่าทรัพย์สิน และอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเลือกได้ระหว่างได้เป็นก้อนเดียวหรือจะรับเป็นรายเดือน

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ.กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัย นอกจากมีการปรับปรุงออกกรมธรรม์ประกันสุขภาพผู้สูงวัยแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงบัญชีตารางมรณะ เพื่อคำนวณเบี้ยประกันให้เหมาะสมมากขึ้นนอกจากนี้ คปภ.พร้อมสนับสนุนให้ภาคเอกชนที่มีความพร้อมไปศึกษาความชัดเจน และหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการทำประกันภัยการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นเงินหรือ รีเวอร์สมอร์เกจ ให้กับผู้สูงอายุที่ต้องการใช้เงินยามเกษียณตามแนวทางของกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาขยายผลต่อไป และเพื่อให้เกิดการรับประกันภัยรูปแบบใหม่ๆ

“ภาพรวมอุตสาหกรรมประกันภัยยังมีแนวโน้มเติบโตสดใสไม่เกิดวิกฤติในภาวะเศรษฐกิจปีนี้ เนื่องจากสัดส่วนคนไทยทำประกันยังน้อยมากมีสัดส่วนจำนวนกรมธรรม์ต่อประชากรทั้งประเทศ เพียง 38.27 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าตลาดยังมีช่องว่างอีกมากภาคธุรกิจ และคปภ.ต้องปรับตัวภายใต้ความท้าทายใหม่ ที่กำลังเข้าสู่ยุคดิจิตอลในอนาคตขณะเดียวกันมุมมองของรัฐบาลให้ความสำคัญกับประกันภัยอย่างมาก ที่จะเข้ามามีบทบาทในการบริการความเสี่ยงทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ภายใต้ความท้าทาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม ภัยแล้ง และสังคมสูงอายุ”เลขาธิการ คปภ.กล่าวเพิ่มเติม.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 169