อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

ผัว-เมียชิงทอง6ล.คอตกนอนคุก ตร.หิ้วฝากขังค้านประกัน

คุมตัว 2 ผู้ต้องหา ชิงทอง 221 บาท ในห้างโลตัส-วังหิน ฝากขังศาลคัดค้านประกัน เกรงจะหลบหนี ก่อนพาเข้าควบคุมตัวในเรือนจำ พฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563 เวลา 16.41 น.


เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.โชคชัยได้ควบคุมตัว นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ อายุ 38 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ กับนางจันดา หรือ น้อย จันทร์โศก อายุ 31 ปี ภรรยาชาวลาว สองผู้ต้องหาคดีชิงทองมาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญา มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่ 1-12 ต.ค.2563  เนื่องจากจะต้องสอบปากคำอีก 6 ปาก, รอผลตรวจพิสูจน์ของกลาง และผลตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา ความผิดฐาน "ร่วมกันชิงทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นนั้นเข้าด้วยประการใดๆ โดยปลอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้, ใช้อาวุธปืนหรือร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมและมีอาวุธปืนไว้ครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, เฉพาะผู้ต้องหาที่ 2 ยังมีความผิดฐานเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด



เหตุเกิดที่ ร้านทองเยาวราชกรุงเทพฯ สาขาภายในห้างโลตัส-วังหิน ถนนลาดพร้าว-วังหิน แขวงและเขตลาดพร้าว กทม.

ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การภาคเสธ

ทั้งนี้ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนสน.โชคชัย ขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้มีหนังสือขออายัดตัวผู้ต้องหามายังสน.โชคชัย ซึ่งมีหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 227/2563 ลงวันที่ 27 ก.ค.2563 ข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ อีกทั้งเป็นคดีมีอัตราโทษสูง และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี



ศาลสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองแล้ว ไม่คัดค้าน พิจารณาอนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมาเมื่อไม่มีญาติหรือทนายมายื่นเรื่องประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสอง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวนายชัยมงคล เข้าคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ส่วนนางจันดา นำตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง.

ทำแผนชิงทอง'โลตัสวังหิน' อ้างจี้แค่3-ที่พระราม4ไม่เกี่ยว              

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%