อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563

เจ็บแต่ไม่จบ!โจ๋ยกทัพลุยต่อ ตามปาบึ้มถึงรพ.หนีตายวุ่น

ระทึก รพ.ดอนตาล มุกดาหาร วัยรุ่นเขม่นกันในงานแข่งเรือ ขี่จยย.ไล่ตีกันสุดอุกอาจ เจ็บแต่ไม่จบตามลุยต่อปาประทัดลูกบอลใส่หน้าห้องฉุกเฉิน หนีตายจ้าละหวั่น วงจรปิดชัดเตรียมล่าตัว  อาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 20.06 น.

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา รับแจ้งวัยรุ่นยกพวกตีกัน บริเวณภายใน รพ.ดอนตาล ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล มีใช้อาวุธและใช้ระเบิดปาใส่กัน ทำให้บุคคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย ต้องพาหนีตายกันจ้าละหวั่น จึงรีบนำกำลังฝ่ายสืบสวนและฝ่ายป้องกันปราบปราม ไประงับเหตุ แต่เมื่อไปถึงพบเพียงเศษประทัดลูกบอล บนถนนหน้าทางเข้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล ส่วนวัยรุ่น 2 ฝ่าย แยกย้ายกันหลบหนีไปแล้ว



พ.ต.อ.จิรวิทย์ เผยอีกว่า สอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า วัยรุ่น 2 ฝ่าย จากบ้านนายาง และบ้านนาสะเม็ง ประมาณ 20 คน  มาดูการแข่งเรือ ที่บ้านนาห้วยกอก อ.ดอนตาล ระหว่างนั้นเกิดเขม่นกัน จึงขี่รถจยย. ไล่กวดกันมาตามถนน ก่อนมาหยุดยกพวกตีกันที่หน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการดอนตาล ส่งผลให้นายวัฒนา ซอนพา อายุ 19 ปี วัยรุ่นบ้านนายาง ศีรษะแตก ตำรวจนำกำลังมาระงับเหตุ ทั้ง 2 ฝ่ายต่างหลบหนี จึงนำคนเจ็บส่ง รพ.ดอนตาล



พ.ต.อ.จิรวิทย์ เผยว่า ระหว่างนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลวัยรุ่นทั้ง 2 ฝ่าย ยังขี่รถจยย. มาไล่ตีกันอีก บริเวณถนนทางเข้าห้องฉุกเฉิน ทำให้บุคคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย พากันหนีตายระทึก เจ้าหน้าที่รีบนำตัวนายวัฒนา คนเจ็บเข้าไปรักษา และล็อคประตูห้องฉุกเฉินไว้ ท่ามกลางเสียงดังคล้ายระเบิดสนั่นหวั่นไหว กระทั่งตำรวจนำกำลังมาถึง วัยรุ่นทั้ง 2 ฝ่าย หนีหายเข้ากลีบเมฆ



ผกก.สภ.ดอนตาล กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามจากเหตุที่เกิดขึ้น ขณะนี้ตำรวจทราบเบาะแสกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุแล้ว โดยหลักฐานสำคัญคือกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลบันทึกเหตุการณ์ไว้ชัดเจน ส่วนเสียงที่ดังคล้ายระเบิด ตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงประทัดลูกบอล ขณะที่สาเหตุการทะเลาะวิวาทมาจากวัยรุ่นทั้ง 2 ฝ่าย เคยมีเรื่องกันมาก่อน ซึ่งเวลานี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป







คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%