อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

มือแชร์หมิ่นลูกแฝด'บิ๊กตู่' โร่พบตร.ตามหมายเรียก

กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาคดีหมิ่นประมาทลูกแฝด "บิ๊กตู่" เข้าพบ พงส. ตามหมายเรียก  จันทร์ที่ 14 กันยายน 2563 เวลา 15.26 น.


จากกรณี น.ส.ธัญญา จันทร์โอชา และ น.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา บุตรสาวฝาแฝดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่โพสต์และแชร์ ในทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูบ ฯลฯ รวมถึงสื่อ หรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ, ด่าทอให้ร้าย กล่าวหา คุกคาม หมิ่นประมาทกล่าวหาว่าบุตรสาวของนายกฯ ทั้ง 2 คน เปลี่ยนชื่อและนามสกุล เพื่อหนีคดีไปอยู่คฤหาสน์หรูในประเทศอังกฤษ และช่วยบิดาฟอกเงินซึ่งเป็นการทุจริต โดยปราศจากหลักฐานและไม่มีมูลความจริง ในช่วงที่มีการใช้แฮชแท็กในทวิตเตอร์ "ตามหาลูกประยุทธ์" เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง เกียรติยศ วงศ์ตระกูลและเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง โดยได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับโพสต์ทวิตเตอร์และสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมกว่า 100 บัญชี เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ สน.นางเลิ้ง น.ส.สุภาภรณ์ โพธิ์ศรี อายุ 30 ปี ชาวขอนแก่น และกลุ่มผู้ถูกออกหมายเรียก รวม 8 คน พร้อมทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้าพบ พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันชัย รอง ผกก.(สอบสวน) สน.นางเลิ้ง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในข้อหาหมิ่นประมาท โดยการโฆษณาและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 พร้อมให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หลังได้โพสต์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีลูกสาวของนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ผู้ถูกออกหมายเรียกทั้งหมด พร้อมทนายความ ได้ขึ้นไปให้ปากคำที่ห้องประชุมชั้น 3 ที่ใช้เป็นห้องสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อความที่โพสต์ลงในโลกโซเชียล รวมทั้งแหล่งที่มาของข้อมูล เพื่อหาแหล่งที่มาและข้อเท็จจริงในข้อมูลดังกล่าว และประเด็นต่างๆ ที่ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งเจ้าตัวมีสิทธิที่จะปฏิเสธหรือให้การอย่างไรก็ได้



น.ส.สุภาภรณ์ กล่าวก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ว่า ข่าวลูกฝาแฝดของนายกรัฐมนตรี (บิ๊กตู่)​ แจ้งความพวกหมิ่นประมาทผ่านสื่อโซเชียล ข่าวที่ออกมา บิดเบือนมาก ทำให้ตนถูกโจมตีมากโดยเฉพาะทีวีช่องหนึ่งเสนอข่าวเกินความเป็นจริง กล่าวหาว่าตนเป็นเยาวชนโพสต์เฟซบุ๊กพูดจาคุกคามลูกแฝดบิ๊กตู่ 18,999 คำ แต่ตนไม่ได้พูดอะไรขนาดนั้น และยังเสนอข่าวเชิงประชดประชัน ตนเห็นว่ามันมากเกินไป ตนอายุ 30 ปีแล้ว เป็นสื่อน่าจะมีความเป็นกลาง ทำให้ตนถูกกระแสโจมตีอย่างหนัก

ภายหลังพนักงานสอบสวนใช้เวลาสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหานานเกือบ 3 ชั่วโมง ผู้ต้องหาที่ถูกสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วได้ทยอยเดินออกมาจากห้องประชุมที่ใช้เป็นห้องสอบสวน โดย น.ส.อมรภัค ศรีบุญชัย อายุ 48 ปี หนึ่งในผู้ที่ถูกออกหมายเรียกได้ให้ปากคำเสร็จสิ้น ก่อนออกมากล่าวว่า ตนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ตอนได้รับหมายเรียกมารู้สึกตกใจ จึงมาให้ปากคำกับตำรวจ โดยตนจำไม่ได้ว่าแชร์ข้อความหรือโพสต์ใดเกี่ยวกับ #ตามหาลูกประยุทธ์ หรือไม่ เนื่องจากเวลาผ่านมานานแล้ว จำได้เพียงเคยเห็นผ่านๆ เพราะวันหนึ่งตนมีธุระต้องทำเยอะ ส่วนการเข้าพบครั้งนี้ ตำรวจก็ไม่ได้ให้ดูว่าตนแชร์หรือโพสต์สิ่งใดที่ผิดกฎหมาย

ขณะที่ นายศุภกร (ขอสงวนนามสกุล)​ กล่าวว่า ตนถูกหมายเรียกในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังไปแสดงความคิดเห็นในโพสต์เกี่ยวกับ #ตามหาลูกประยุทธ์ จนคาดว่ามีคนมาคอมเมนต์หรือแชร์ต่อกันเยอะ ตนยอมรับผิด ที่ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอโทษที่ไปกล่าวหาเจ้าทุกข์จนเกิดความเสียหาย ตนไม่มีเจตนาจริงๆ และไม่อยากให้คนอื่นๆ ไปแชร์ต่ออีก เนื่องจากจะเกิดแต่ความแตกแยกในสังคม หลังจากนี้ ตำรวจนัดพบอีกครั้งวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพื่อส่งตัวพร้อมสำนวนคดีให้อัยการ

ต่อมา ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวน น.ส.สุภาภรณ์ ได้เปิดเผยว่า พวกเราถูกหมายเรียกรับทราบในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับข้อหาหมิ่นประมาท แต่เมื่อมาเซ็นรับทราบข้อกล่าวหาก็ถูกแจ้งความเพียงหมิ่นประมาทเท่านั้น กรณีนี้ ตนแสดงความคิดเห็นในโพสต์เกี่ยวกับการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของ พล.อ.ประยุทธ์ ไปยังสองลูกสาวตามที่มีกระแสข่าวจริงหรือไม่ รวมทั้ง บุคคลทั้งสองอยู่ที่ใด เหตุใดจึงไม่ยอมเปิดเผยตัวตน ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาทเป็นเพียงการตั้งคำถามเท่านั้น เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นบุคคลสาธารณะ เหตุใดต้องลดตัวลงมาคุกคามประชาชนตัวเล็กๆ ซึ่งพวกตนไม่ได้ทั้งคำตอบและยังถูกหมายเรียกอีก พวกตนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา หลังจากนี้ ทนายความจะทำหนังสือชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันชัย รอง ผกก.(สอบสวน) สน.นางเลิ้ง ว่า เบื้องต้นตำรวจได้ออกหมายเรียกให้รับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมด 13 คน วันนี้มาเข้าพบ 8 คน ให้การปฏิเสธ 6 คน มีผู้ให้การรับสารภาพเพียงรายเดียว อีกรายตำรวจกันไว้เป็นพยาน จากนั้น เมื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเสร็จแล้วจึงปล่อยตัวกลับไป เนื่องจากเป็นการเข้าพบตามหมายเรียก

มีรายงานว่า ในส่วนที่เหลืออีก 5 คน ในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ย.)​ พนักงานสอบสวน จะพิจารณาออกหมายเรียกครั้งที่ 2 โดยจะให้มาพบพนักงานสอบสวนประมาณวันที่ 25 ก.ย.นี้ ต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง..

"ลูกแฝดบิ๊กตู่"ไม่ทนแล้วส่งทนายแจ้งความพรุ่งนี้


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%