อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 28 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 28 กันยายน 2563

เจ้าของปอร์เช่คดียิงถล่มแจ้งความ ถูกมือที่3โผล่แอบอ้าง

เจ้าของรถสปอร์ตปอร์เช่ คดียิงถล่มกันในท้องที่ สน.หลักสอง โผล่แจ้งความ หลังมีมือที่สาม อ้างตัวเป็นเจ้าของรถจะเอารถออกจากโรงพัก  พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563 เวลา 21.15 น.

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่สน.หลักสอง นายจิรวัฒน์ หรือทิม เลิศกษิต อายุ 33 ปี พร้อม น.ส.ชลธิชา หรือเตย ชัยชิต อายุ 22 ปี แฟนสาวดีกรีอดีตรองมิสทีนไทยแลนด์ 2013 และดารานักแสดงช่อง 3 หอบเอกสารการครอบครองรถสปอร์ตปอร์เช่ บ็อกซเตอร์ 718 สีเหลือง ทะเบียนป้ายแดง ล 7195 กรุงเทพมหานคร เข้าพบ พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผกก.สน.หลักสอง และ ร.ต.อ.ธีระสาร นรินทร์สรศักดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.หลักสอง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายธนกฤต หรือเสี่ยตี๋ สถิจชวา อายุ 44 ปี คู่กรณีของ นายอธิป หรือวิน ขวัญบุญ อายุ 23 ปี ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่รถคันดังกล่าวจนได้รับความเสียหายและมีคนเจ็บ ขณะนัดหมายพูดคุยเรื่องธุรกิจเกี่ยวกับหน้ากากอนามัย เหตุเกิดหน้าบ้านเสี่ยตี๋ บนถนนพุทธมณฑลสาย 2 แยก 11 เมื่อกลางดึกวันที่ 31ก.ค.ที่ผ่านมา

นายจิรวัฒน์ กล่าวว่า ตนทำธุรกิจหลักคืออสังหาริมทรัพย์เกี่ยวกับการเช่าและซื้อขายคอนโดมิเนียม รวมถึงการขายอาหารเสริม วันนี้เดินทางมาดูรถของกลางที่ตนเป็นผู้ครอบครอง และให้นายอธิปยืมไปใช้ เนื่องจากนายอธิป เป็นผู้มีพระคุณ เคยช่วยตนหาตลาดทำการขายหน้ากากอนามัยมาก่อน ช่วงก่อนเกิดเหตุนายอธิป ขอยืมรถตนไปใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.กระทั่งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันที่หน้าบ้านนายธนกฤต โดยนายอธิป ยืนยันว่า รอยกระสุนทั้งหมดนายธนกฤตยิงปืนใส่ ตนในฐานะผู้ครอบครองรถจึงต้องเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับ นายธนกฤต ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ เพื่อนำหลักฐานไปประกอบการเคลมค่าเสียหายกับประกันภัย ที่คาดว่าน่าจะเสียค่าซ่อมแซมไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท



นายจิรวัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากเรื่องคดียิงใส่รถ แต่ยังมีอีกเรื่องที่ ตนต้องเอาเอกสารการครอบครองรถเข้ามาชี้แจงกับตำรวจ เนื่องจากเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ตำรวจชุดคลี่คลายคดีติดต่อมาถามตนว่า ได้สั่งการให้ใครมาเอารถออกจากโรงพักหรือไม่ เพราะมีผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้บริหารเจ้าของกิจการค้าวัสดุก่อสร้างและห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เข้ามาแอบอ้างความครอบครองกรรมสิทธิ์รถคันนี้ และพยายามเดินเรื่องขอนำรถของกลางออกจากโรงพัก ตนจึงบอกทางตำรวจว่าให้ระงับเอาไว้และขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยนำรถไปเก็บรักษาในที่ปลอดภัย เพราะไม่ได้สั่งใครให้มาติดต่อขอเอารถออกจากโรงพักแต่อย่างใด ที่สำคัญตนเข้าใจดีว่าเรื่องคดียิงกันต้องเสร็จสิ้นเสียก่อน ก่อนที่จะนำรถออกไปซ่อมแซมได้

"เอกสารที่นำมามอบให้ตำรวจวันนี้ มีเล่มทะเบียนรถของกลาง ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่ตนได้ซื้อต่อมาจากทางบริษัทและเจ้าของรถ ซึ่งเป็นคู่สัญญาคนเดิม โดยจ่ายค่างวดค้างชำระของคู่สัญญาคนเดิมให้กับทางบริษัทไปแล้ว 1.28 ล้านบาท มีเอกสารการทำธุรกรรมถูกต้อง ที่สำคัญก่อนหน้านี้ได้จ่ายค่าซื้อดาวน์ให้กับคู่สัญญาคนเดิมไปแล้ว 2 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 3.28 ล้านบาท ตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค.62 แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถโอนรถมาเป็นของตนเองได้ เพราะมาสืบทราบในภายหลังขณะตนนำรถไปโอนที่ขนส่ง ว่า รถคันนี้ติดคำสั่งคุ้มครองของศาล เนื่องจากคู่สัญญาคนเดิม มีคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินจำนวนเงินถึง 106 ล้านบาท กับผู้บริหารเจ้าของกิจการค้าวัสดุก่อสร้างและห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ทำให้รถโอนไม่ได้ พยายามติดต่อบริษัทดังกล่าวมาตลอด จนเกิดคดีความ ขณะนี้จึงเตรียมปรึกษาทนายความเพื่อเตรียมตั้งเรื่องฟ้องร้องตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคกับทางบริษัทและคู่สัญญาคนเดิม ในฐานะร่วมกันฉ้อโกงตน ร่วมกันหลอกขายรถให้ตนทั้งที่รู้ว่ารถไม่สามารถโอนได้ต่อไป" นายจิรวัฒน์ กล่าว



ด้าน พ.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า วันนี้รับแจ้งความในส่วนของการทำให้เสียทรัพย์ของนายจิรวัฒน์ เอาไว้ก่อน ส่วนคดีการวิวาทกันระหว่าง นายธนกฤต กับ นายอธิป นั้นมีการแจ้งความดำเนินคดีกันทั้ง 2 ฝ่าย อยู่ระหว่างการสอบสวน และรอผลกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อแจ้งข้อหาตามฐานการกระทำความผิด เป็นเรื่องในสำนวนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับเรื่องการครอบครองรถปอร์เช่ ยอมรับมีบุคคลที่ 3 มาแสดงตัวเป็นเจ้าของจริง ตรวจสอบแล้ว รถคันนี้เป็นรถที่มีการโต้แย้งกันทางกรรมสิทธิ์มาก่อน โดย นายจิรวัฒน์ เพิ่งมาทราบว่า รถมีปัญหาเมื่อทำการจ่ายเงินและนำรถไปโอนไม่ได้ จึงยังต้องรอผลการดำเนินคดีของศาล ส่วนรถคันนี้ได้นำไปเก็บรักษาอย่างดีตามที่นายจิรวัฒน์ร้องขอ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%