อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

มือถือในคุกมาจากไหน ราชทัณฑ์รับฝีมือผู้คุมลอบขาย

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยความจริงที่น่าตกใจ ในคุกมีมือถือใช้ได้ เพราะผู้คุมลอบเอาไปขายเอง พร้อมยกเคสเคยจับได้ในเรือนจำมีนบุรี สั่งไล่ออก ฟันอาญาไม่เลี้ยง แต่เจ้าตัวเผ่นหนีไปได้ตั้งแต่ปี 54 ล่าสุดเพิ่งจับได้ที่หน้าบ้านพักใน จ.นนทบุรี 17 ก.พ.ที่ผ่านมา พุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 18.18 น.


เมื่อวันที่ 19 ก.พ. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงถึง กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จับกุม นายสมเกียรติ สว่างไสว อายุ 64 ปี อดีตผู้คุมเรือนจำลักลอบนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปขายให้นักโทษว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นอดีตผู้กลุ่มเรือนจำมีนบุรีที่ถูกไล่ออกจากราชการไปตั้งแต่ปี 54 เนื่องจากในวันที่ 12 ก.พ.54 ถูกตรวจค้นพบว่าแอบซุกซ่อนนำโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง พร้อมซิมการ์ด  2 ชิ้น เข้าไปในเรือนจำเพื่อขายให้กับผู้ต้องขัง

โดยระหว่างการสอบสวนกรมราชทัณฑ์ได้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.54 จากนั้นในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการสามัญประจำกรมราชทัณฑ์ (อ.กพ.)กรม เมื่อวันที่ 30 ส.ค.54  มีมติไล่ออกจากราชการพร้อมดำเนินคดีอาญา อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แต่นายสมเกียรติหลบหนี ศาลจึงได้ออกหมายจับ กระทั่งถูกตำรวจจับกุมตัวได้ในวันที่ 17 ก.พ. กรณีของนายสมเกียรติ จึงไม่ใช่การเกษียณอายุราชการในปี 58 แต่ได้ถูกไล่ออกจากราชการและดำเนินคดีอาญาตั้งแต่ปี 54 

ด้าน พ.ต.ท.งามพล บุญลิ่มเต็ง ผอ.กองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 1 กล่าวว่า คดีนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ท.) ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงและพฤติกรรมของนายสมเกียรติแล้ว  จึงมีมติชี้มูลความผิดตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต  จากนั้นได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานอัยการเพื่อดำเนินการสั่งฟ้อง ต่อมาอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้อนุมัติหมายจับลงวันที่ 22 พ.ย.62  จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาฟ้องคดี  โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายสมเกียรติน่าจะอยู่ที่บ้านพักใน ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี  จึงเข้าจับกุมตัวได้ที่หน้าบ้านพักเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา  ก่อนนำตัวไปยื่นฟ้องที่ศาลอาญาฯ ในวันเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าว กรมราชทัณฑ์ ได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับ นายสมเกียรติ  ในฐานะที่ใช้อำนาจหน้าที่ผู้คุมเรือนจำสลับเปลี่ยนเวรตัวเองนำโทรศัพท์มือถือ ไปจำหน่ายให้กับผู้ต้องขังหลายรายในเรือนจำ ทั้งยังคิดราคาจำหน่าย แพงกว่าราคาเครื่องปกติหลายเท่าตัวด้วย.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 34