อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562

สาวกู้ภัยเผยต้องยกมือไหว้"ตร.กร่าง"ขอพาคนเจ็บส่งรพ.

เปิดคำให้การสาวกู้ภัย ถูกตร.’กร่าง’ ทุบรถ เบ่ง“กล้องหน้ารถพี่ขอนะ ใครมีปัญหาอะไรหรือเปล่า “เจ้าตัวยกมือไหว้ขอพาคนเจ็บส่งรพ. อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562 เวลา 12.50 น.


จากกรณี มีรถเบนซ์ อี200 สีดำ ทะเบียน พน6211 กรุงเทพมหานคร หลังจอดบนสะพานไทย-ญี่ปุ่น แล้วหนุ่มขี่รถจยย.ต้องหลบทำให้ถูก รถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า สีดำ ทะเบียน 7กข 5693 กรุงเทพมหานคร ชนบาดเจ็บ ด้านผู้ขับขี่รถเบนซ์มีสภาพคล้ายมึนเมา อ้างตัวเป็นนายตำรวจใหญ่ใช้อาวุธปืนยิงขู่ขึ้นฟ้า ขณะเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือหนุ่มจยย. แล้วชิงเอากล้องหน้ารถกู้ภัยก่อนหลบหนีไป.

เมื่อวันที่ 19พ.ย. น.ส.ณัฐชยา ธรรมสุทธิพงษ์ อาสาสมัครกู้ภัยที่ขับรถพยาบาล เปิดเผยว่า เมื่อตัวเองมาถึงที่เกิดเหตุ กำลังจะจอดรถพยาบาล สังเกตุเห็นรถกู้ภัยอีกคันขับออกไป ตัวเองจึงขับรถตาม แต่นึกได้ว่าต้องช่วยคนเจ็บ จึงได้ตัดสินใจจอดรถและลงมาพูดคุยกับคนเจ็บ ซึ่งเป็นแม่ของนายชนะชล ผู้ขี่รถจยย.จังหวะนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 2 นัด โดยตอนแรกตัวเองคิดว่าเป็นเสียงท่อรถจยย.ซิ่ง  จึงไม่ได้สนใจ แต่พอได้ยินเสียงปืนนัดที่ 3 ตัวเองได้ยกมือไหว้ ขอชายคนขับรถเบนซ์ว่า ขอพาคนเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาล ซึ่งชายคนดังกล่าวบอกว่า ให้พาคนเจ็บที่เป็นผู้หญิงไปได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งระหว่างนั้น ชายคนดังกล่าวก็ได้ใช้มือทุบเข้าไปที่รถพยาบาล พร้อมกับระบุว่า “กล้องหน้ารถพี่ขอนะ ใครมีปัญหาอะไรหรือเปล่า “จากนั้นชายคนนั้นก็ได้ชิงเอากล้องแล้วหลบหนีไป



ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทุ่งมหาเฆม หลังเกิดเหตุได้ตรวจสอบในรถเบนซ์ พบหมวกตำรวจอยู่ที่หลังรถ และพบบัตรข้าราชการตำรวจห้อยอยู่ที่กระจกมองหลังอยู่ภายในรถ ระบุชื่อของ พ.ต.อ. รับราชการอยู่ในจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคกลาง จึงให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานพร้อมจะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำต่อไป ทราบว่าหลังเกิดเหตุ มีรถยนต์ไม่ทราบรุ่นได้ขับมารับตัวคนขับรถคนดังกล่าวออกไปจากที่เกิดเหตุ .
 



ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อ้างเป็นตร.กร่างกลางกรุง ยิงขู่กู้ภัยไม่ให้พาคนเจ็บส่งรพ.
ทนายชี้ตร.กร่างขับเบนซ์ดำยิงปืน'อ่วม4ข้อหา'ติดคุกแน่

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 33