อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563

ฝากขังมารดาของ"แม่มณี" ปัดตอบเจอหน้าลูกสาวในคุก

ตำรวจคุมตัว น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช แม่ของแม่มณี และ น.ส.วิไลวรรณ หงส์ประชาทรัพย์ ผู้ดูแลเพจ "ฝากยอดต่ออนาคต" หนึ่งในผู้ทำธุรกรรมแชร์ลูกโซ่ "แม่มณี" ฝากขังศาล โดยน.ส.ธวัลรัตน์ ปฏิเสธไม่ขอตอบคำถาม หากต้องเจอหน้าลูกสาวในเรือนจำ เสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11.41 น.

กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ เดียร์ หรือ "แม่มณี" แม่ค้าขายตุ๊กตาออนไลน์ ชาวจ.อุดรธานี หลังหลอกผู้เสียหายให้มาร่วมลงทุนเงินออมลักษณะแชร์ลูกโซ่ รวมทั้งจับกุมผู้เกี่ยวข้องโดยล่าสุด คือ น.ส.วิไลวรรณ หงส์ประชาทรัพย์ อายุ 25 ปี แอดมินเพจ "ฝากยอดต่ออนาคต" และเป็นผู้ทำธุรกรรมการเงินให้ น.ส.วันทนีย์  ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ 271/2562 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน” ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. พนักงานสอบสวนสภ.เมือง จ.อุดรธานี ได้ควบคุมตัว น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช อายุ 48 ปี มารดาของ น.ส.วันทนีย์ และน.ส.วิไลวรรณ หงส์ประชาทรัพย์ ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดอุดรธานีเป็นเวลา 12 วันเนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบปากคำผู้เสียหายและพยานอื่น ๆ โดยศาลสอบถามผู้ต้องหาไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งสองได้ประสานญาติให้ช่วยมาประกันตัวให้ อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนจะถุกคุมตัวมาฝากขังนั้น ฝ่าย น.ส.ธวัลรัตน์ และน.ส.วิไลวรรณ ต่างรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อยหากไม่ได้รับการประกันตัว ตลอดเวลาที่อยู่ในห้องขังบนโรงพักมีญาติทยอยเข้ามาเยี่ยมเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ น.ส.ธวัลรัตน์ มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีอาการเครียดเหมือนเช่นวันก่อน 

สำหรับอาการที่วูบเป็นลมนั้น  น.ส.ธวัลรัตน์ เผยว่า เพราะยาตัวเก่าหมดจึงต้องกินยาตัวใหม่ แต่ปรากฏว่าร่างกายปรับไม่ได้เลยวูบขณะถูกจับ ส่วนเมื่อคืนที่ผ่านมานอนหลับดี ส่วนที่ว่าหากไปเจอลูกสาวใน เรือนจำจะบอกกับลูกอะไรยังไงนั้น  น.ส.ธวัลรัตน์ ไม่ขอตอบคำถามดังกล่าว 

อย่างไรก็ตามมีแหล่งข่าวแจ้งว่า ก่อนที่น.ส.วันทนีย์ จะถูกจับกุมนั้น ได้วานให้ น.ส.ธวัลรัตน์ ผู้เป็นแม่เปิดตู้เซฟนำเอาเงินสดประมาณกว่า 10 ล้านบาทออกไป ส่วนหนึ่งนำไปเคลียร์กับเท้าแชร์เพื่อนำเงินไปให้ลูกข่าย กันไม่ให้เกิดปัญหา แต่ปรากฏว่าเท้าแชร์บางรายไม่เอาเงินไปให้ตามกำหนด ทำให้เกิดปัญหาเข้าไปอีก ซึ่งล่าสุดนี้มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานีทั้งหมด 313 รายแล้ว มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 147 ล้านบาท 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27