อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

ถอดบทเรียน 3ชั่วโมง"หนุ่มอ้วน หัวร้อน" ยังได้กลับบ้าน

มาตรการความปลอดภัยพื้นที่ควบคุม "สุวรรณภูมิ" 3 ชั่วโมง“หนุ่มอ้วน หัวร้อน” ยังได้ขึ้นรถกลับบ้าน เจออ่วม 4 ข้อหา ตร.ปล่อยตัวชั่วคราวรอขึ้นศาล พฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562 เวลา 07.22 น.


เป็นเรื่องเป็นราวเป็นข่าวดังเปรี้ยงป้างภายในชั่วข้ามคืน หลังโลกโซเชียลแชร์คลิปเหตุการณ์ที่มีชายหนุ่มรูปร่างอ้วนขับรถยนต์เก๋ง โตโยต้า แคมรี่ สีขาว ขับผ่านเข้ามาในพื้นที่ควบคุมของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ทางด้านช่องฟรีโซน โดยขับผ่านตู้จ่ายบัตร GH2 ซึ่งเป็นทางเข้า โดยที่ชายหนุ่มนิรนามรายนี้ ไม่ยอมรับบัตรจอดรถจากเจ้าหน้าที่ พร้อมกับซิ่งรถด้วยความเร็ว มุ่งหน้าเข้าไปจอดที่หน้าอาคารGE  ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อให้วนกลับไปรับบัตรเข้าจอด  แต่กลับถูกชายคนดังกล่าวซึ่งอยู่ในอาการคล้ายคนเมาสุราลงมาต่อว่าและด่าทอเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งแสดงพฤติกรรมลักษณะข่มขู่เจ้าหน้าที่และทุบทำลายรถยนต์สายตรวจ ASM จนกระจกมองข้างได้รับความเสียหายทั้ง 2 ข้างกระโปรงหน้ารถบุบ แต่เจ้าหน้าที่ก็มิได้มีการตอบโต้แต่อย่างใด พร้อมวิทยุแจ้งขอกำลังเสริมจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทาง สภ.สุวรรณภูมิ มาช่วยรับมือ

หลังเจ้าหน้าที่ได้พยายามเข้าเจรจาเกลี้ยกล่อม
“หนุ่มอ้วน หัวร้อน” รายนี้นานกว่า1 ชั่วโมง ชายคนดังกล่าวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงแต่อย่างใด แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เข้าล้อมจับกุมตัวเช่นกันแม้จะมีกำลังมากกว่าหลายเท่าตัวและพร้อมทั้งอาวุธหนักอาวุธเบา จนกระทั่งล่วงเลยผ่านไปถึง  3 ชั่วโมง ก็ได้มีชายสูงอายุขับรถมายังที่เกิดเหตุแล้วรับ“หนุ่มอ้วน หัวร้อน” ขึ้นรถและขับออกไปเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ควบคุม ถ้าเป็นลูกชาวบ้านธรรมดา ไม่น่าจะเกิน 10นาที ก็คงถูกรวบตัวได้อย่างแน่นอน หลังจากทั้งคู่ได้ขับรถจากไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับ“หนุ่มอ้วน หัวร้อน”  


 
ด้านน.ท. สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. หลังเกิดเหตุได้ชี้แจงกับ
”เดลินิวส์ ออนไลน์”ว่า “หนุ่มอ้วน หัวร้อน” เข้ามารับทำงานในสนามบินสุวรรณภูมิเกี่ยวกับการชาร์จไฟ และทำป้ายโฆษณาภายในสนามบิน  ซึ่งในวันที่เกิดเหตุมีปัญหาทะเลาะกันแฟนสาวจึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น  โดยแนวทางการปฏิบัตินั้นเจ้าหน้าที่สนามบินจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนด้วยการจับกุมและควบคุมตัวไปโรงพักที่ สภ.สนามบินสุวรรณภูมิ เพราะเหตุเกิดตั้งแต่ 02.00 น.วันที่ 22 ต.ค. แต่กลับมาแจ้งความตอนตี 04.00 น.  ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าทำไมเจ้าหน้าที่ทอท.ไม่จับกุมตัวในช่วงที่เกิดเหตุ เพราะบิดาของผู้ก่อเหตุได้ไหว้ขอโทษเจ้าหน้าที่และตบหน้าลูกชายให้ได้สติ  ซึ่งพนักงานเห็นว่าบิดาไม่ได้เข้าข้างบุตรชาย และบิดาขอนำตัวบุตรชายกลับบ้านไปก่อนและจะนำบุตรชายเข้าพบพนักงานสอบอีกครั้ง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้รายงานผลการเกิดเหตุดังกล่าวให้กับตนได้รับทราบมารู้ทีหลังเป็นเวลาช่วงบ่ายแล้ว  ซึ่งได้ให้มีการ ตั้งกรรมการสอบสวนกรณีที่ไม่รายงานในเรื่องนี้   ถ้า”หนุ่มอ้วน หัวร้อน”แลกบัตรเข้าคลังสินค้าก็ไม่เกิดปัญหาขึ้น แต่กลับขับรถเข้าไปในพื้นที่ควบคุมภายในสนามบินสุวรรณภูมิโดยไม่แลกบัตรถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานความปลอดภัย และเรื่องนี้ไม่มีการไกล่เกลี่ยให้ดำเนินคดีตามกฏหมายกับ“หนุ่มอ้วน หัวร้อน”อย่างเต็มที่


 
จากนั้นในเวลาต่อมา นายวัฒนา ศุริยะพงษ์ บิดาของ นายพศวัต ศุริยะพงษ์ ได้บุตรชาย “หนุ่มอ้วน หัวร้อน” ได้เข้าพบ พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา  โดย นายวัฒนา เปิดเผยว่า บุตรชายกระทำการผิดจริง เหตุเนื่องมาจากการดื่มสุราจนเมาคุมสติตัวเองไม่ได้ ประกอบกับเครียดเรื่องงานและมีปัญหาส่วนตัว จนไปก่อเหตุขึ้น ขณะที่ตนมารับตัวกลับไปตนก็ทำโทษบุตรชายตามแบบฉบับของตน ต่อหน้าสาธารณะชน เพื่อชี้ชัดเจตนาว่า ไม่ส่งเสริมให้บุตรชาย มี และ แสดง ประพฤติกรรมในทางที่ผิด  ขณะที่ นายพศวัต ก็ยอมรับว่า กระทำผิดจริง
 
ภายหลังสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง พ.ต.ต.กฤช  คุณเวช พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 4 ข้อหา 1,บุกรุกยามวิกาล 2,ทำให้เสียทรัพย์ 3,ทำร้ายร่างกาย และ 4, ก่อความเดือดร้อนรำคาญ  โดยในชั้นการสอบสวน นายพศวัต  ได้ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา  จึงนำตัวไปพิมพ์รายนิ้วมือบันทึกทำประวัติเพื่อส่งตรวจประวัติอาชญากรที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ก่อนที่จะปล่อยตัวชั่วคราว รอเรียกตัวมาส่งฟ้องศาลในข้อหาบุกรุกในยามวิกาล  เนื่องจาก ผู้ก่อเหตุมาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและไม่มีพฤติกรรมที่หลบหนีโดยที่นาย พศวัต ปิดปากเงียบไม่ยอมให้สัมภาษณ์แต่อย่างใดแตกต่างกับที่เห็นในคลิปอย่างเห็นได้ชัด  ก่อนที่จะไปขึ้นรถออกไปจากโรงพักอย่างใจเย็น.




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 53